2009/Feb/14




Coffee ,, Flower ,, Winter ,, Lover

Rate : เด็กอนุบาล
Note : ลูกค้าร้านกาแฟ กับ ชายหนุ่มเจ้าของร้านดอกไม้  
2 พาร์ทจบ


พาร์ที่แล้ว >> คลิก

.
.

' สายจนได้ '

จินไม่อยากจะคิดเลย  ว่ามันเป็นผลดีหรือผลเสียจากการที่ไปนั่งดื่มกาแฟในร้านนั้น เพราะนอกจากจะได้รู้จักชื่อของลูกค้าประจำร้านกาแฟคนนั้นแล้วเมื่อคืนเขายังตาค้างอย่างที่คิดไว้  ทำให้กว่าจะได้นอน  แล้วก็กว่าจะตื่นออกมาเปิดร้านได้ มันเลยเวลาประจำไปหลายชม. วิ่งๆไปก็เหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือไป  ทันทีที่โผล่ออกมาตรงถนนทางเท้าที่คิดว่า ไม่น่าจะมีผู้คนเยอะ วันนี้กลับหนาตาผิดวิสัยจนจินแอบแค่นขอดดวงชะตาของตัวเองในวันนี้  ความคิดที่จะรีบวิ่งไปในคราแรก ถูกระงับเอาไว้โดยไม่เต็มใจ  ตอนนี้จินเองเลยทำได้แค่ พยายามเบี่ยงตัวไปมาเพื่อขยับตัวเองให้ไปข้างหน้าเร็วขึ้น แม้ว่าความคิดและจิตใจ จะล่วงหน้าไปจนถึงร้านดอกไม้ก็ตามที

ใกล้เวลาที่ผู้ชายร่างบางจะมาที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามแล้ว
แค่นึกใบหน้าอีกฝ่าย  หัวใจเขามันก็เต้นเร็วจนเหนื่อย  คิดแล้วก็อยากจะหัวเราะตัวเองอยู่กลายๆ  มาตอนนี้เขาทำเหมือนกับว่า เป็นเด็กหนุ่มวัยใสกำลังตกหลุมรักใครบางคนอยู่อย่างนั้นแหล่ะ

" อ๊ะ ขอโทษครับ"

ถ้อยคำเอ่ยขอโทษเขา เมื่อคนพูดกระแทกเขากับไหล่เขาเสียเต็มแรง ในขณะที่ตัวเขาเองกำลังคิดอะไรเพลินๆ  จินเองก็ไม่รู้ว่าคนที่เดินก้าวเท้ายาวๆคนนี้โผล่มาจากมุมไหน รู้แต่เพียงว่ามันเป็นจังหวะเดียวกับที่เขากำลังเดินแซงคุณป้าที่หอบหิ้วถุงซุปเปอร์มาร์เกตชื่อดังไม่ใกล้ไม่ไกลนี้  เขาเองไม่ได้ติดใจอะไร  เลยทำเพียงแค่เบนหน้าไปส่งยิ้มให้ลวกๆ  แต่เสียงอ๊ะ ต่อมาของอีกฝ่ายทำให้ต้องหันหยุดแล้วหันกลับไปอีกครั้ง

จินคิดว่าตัวเองต้องสายตาพร่า 
สภาพแวดล้อมรอบตัวตอนนี้  ก็ค่อนข้างร้อนเพราะความเนืองแน่จากผู้คนทำให้เขาอาจจะเกิดอาการผิดปกติในด้านการมองเห็นก็เป็นได้ เมื่อเขาเห็นคู่กรณี  ที่เพิ่งจะเอ่ยคำขอโทษเสียงหวานไปเมื่อครู่

 

" คาเมะจัง.."


จินครางชื่ออีกฝ่ายออกราวกับคนเพ้อ  ท่าทางคนตรงหน้าเป็นคุณลูกค้าประจำที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ต้องกลัวผิดตัวแน่ๆ เพราะเขาแอบลองกระพริบตาถี่ๆเร็วๆ ราวสี่ถึงห้าครั้ง ชายหนุ่มร่างบางตรงหน้าก็ยังไม่เลือนลางไปไหน  ผมยาวสั้นประบ่าสีน้ำตาล บวกใบหน้าหวานกับดวงตาคมแบบนี้ จินเองก็เพิ่งได้มีโอกาสมองเห็นใกล้ๆจนอาจจะเผลอจ้องให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด เพราะสังเกตุจากคุณลูกค้าร้านกาแฟแอบกระชับผ้าพันคอสีครีมปกป้องผิวเนียนตรงซอกคอให้มิดชิดเข้าไปอีก

แต่ว่า..วันนี้แต่งตัวน่ารักชะมัด!

" คุณรู้ชื่อผมด้วยหรอ?"  ซวยแล้ว  เขาพลาด! คำถามจากคนตัวเล็กทำให้ตัวเขาที่พร่ำเพร้อไปคนเดียวอยู่นานสองนานถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อครู่เขาลืมตัวเอ่ยชื่อเจ้าตัวออกไปงั้นหรือ  แค่คิดก็อยากเอามือเคาะหัวตัวเองแรงๆสัก สองสามครั้ง  ถ้าเกิดคนตรงหน้าหวาดระแวงอะไรขึ้นมา  เขาจะไม่แปลกใจเลย  เนื่องจากจู่ๆคนแปลกหน้าอย่างตัวเขาดันรู้จักชื่อของเจ้าตัวได้

" อา..ครับ" จินตอบเพียงแค่นั้น  ไม่สิ  ต้องเรียกได้ว่า ตอบได้แค่เท่านี้  จะให้ไปอ้าปากบอกได้ยังไงว่า นั่งอยู่มองอยู่ข้างหลังในร้านกาแฟเลยได้ยินเด็กผู้ชายอีกคนเรียก คุณตรงหน้าก็จะได้รู้หน่ะสิ ว่าเขาแอบให้ความสนใจเจ้าตัวอยู่

" เอ..ยังไงครับ" อีกฝ่ายส่งยิ้มที่จินคิดว่า มันเหมาะกับเจ้าของใบหน้านี้มาก  ยังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบ คาเมะจังก็โดนกระแทกจากด้านหลังจนมาชนไหล่เขาอีกที  จนเจ้าตัวรีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่   จะว่าไปเขาก็ลืมเสียสนิท ว่ากำลังยืนกันอยู่ตรงทางเท้าที่แน่นไปด้วยผู้คน  แถมเขาก็คิดว่าตัวเองนั้นยืนเกะกะขวางทางคนอื่นเสียด้วย และสิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันว่าความคิดของเขาถูกก็คือคำสบถต่อว่าเล็กน้อยของผู้ที่เดินผ่านตัวไป  พอหันกลับมามองลูกค้าร้านกาแฟด้านข้าง  เจ้าตัวก็ยังยืนรอฟังคำตอบอยู่อย่างสนใจ  แล้วทีนี้เขาจะทำอย่างไรดี

" เอ่อ..."

" คุณสองคนข้างหน้ายืนทำอะไรหรอครับ!!! คนอื่นเขาเดินไปมาไม่สะดวกเห็นไหมเนี่ย!" เสียงลุงวัยกลางคนที่ดูหัวเสียกับจำนวนคน แถมยังมาต้องมาเจอคนยืนเฉยๆเกะกะขวางทางอีก ได้ยินขนาดนั้นทำให้ร่างสูงรีบโค้งตัวขอโทษ  พร้อมกับคว้าข้อมือเล็กๆของคนข้างตัวพาเดินออกเดินนอกเส้นทาง ก่อนที่จะโดนอะไรมากกว่านี้

"..............."

"..............."

" คุณ!"

" ครับ" เสียงเรียกจากข้างหลังทำให้เขาต้องหยุดเดิน ก่อนจะหันกลับไปหา  ตอนนี้คาเมะจังกำลังเม้มปากพร้อมขมวดคิ้วเข้าหากัน พร้อมยกแขนของตัวเองขึ้นช้าๆ  สะกดให้สายตาเขามองตามแขนเรียวๆจนเจอกับอวัยวะบางอย่าง  ที่จินคับคล้ายคับคราว่าจะเป็นขอตัวเอง
" อ่า..ขอโทษที" ลืมสนิทว่า จับมือเจ้าตัวเขาเดินมานั้นนานสองนาน  หากคาเมะจังไม่ประท้วง  เขาคงจับข้อมือเจ้าตัวเดินต่อไปจนถึงจุดหมายแน่ๆ  แม้จะแอบคิดว่า การกระทำแบบนั้น  มันก็ค่อนข้างจะดี(มาก)อยู่ลึกๆ

" แล้วเดินมาทางนี้นี่  เราจะไปไหนกันหรอเนี่ย"

" มันมีทางลัดอยู่  เดินต่อไปอีกนิดหน่อยก็จะไปโผล่แถวๆร้านกาแฟที่คาเมะจังไปนั่งประจำนั่นแหล่ะครั........บ" 
เอ้า!! หลุดปากอีกแล้ว .. และคราวนี้คนตัวเล็กที่ดูตื่นตระหนกเล็กน้อยก็เอาแต่อมยิ้มหวาน  จนเขารู้สึกทำอะไรไม่ถูก  ก็เมื่อครู่มันเหมือนกับว่า เขาแอบมองคนตรงหน้าไม่ใช่หรอไง ถึงได้รู้ว่า มาเป็นประจำ อาคานิชิ จินเอ๋ย  จู่ๆ ก็จะแบไต๋ให้อีกฝ่ายจับได้เสียดื้อๆแล้ว  ว่าแอบนั่งมองคนตัวเล็กจิบกาแฟอยู่ทุกวี่ทุกวัน

" สรุปว่า คุณรู้ชื่อผมแล้วสินะ"
" ขี้โกงเหมือนกันนะเนี่ย" ประโยคหลังเรียกความงุนงงให้วิ่งมาทะลุหัวเขาแล้วไม่ออกไปไหน  ขี้โกง?  ใครขี้โกงเรื่องอะไรงั้นหรือ

" คะ ครับ??"

" ก็ใจคอ จะเรียกชื่อผมอยู่ฝ่ายเดียว แล้วให้ผมเรียกแต่คำว่า 'คุณ' อยู่อย่างนี้หน่ะหรอครับ?" คาเมะจังเฉลยคำถามในหัวของจินเสียกระจ่างจนเกือบจะโพล่งคำว่า อ๋อออกมา  จะว่าไปตัวเขาเองก็ลืมไป ว่าคาเมะจังได้แต่เรียกเขาว่า คุณ อยู่ฝ่ายเดียวตั้งแต่ต้น

" จิน.. อาคานิชิ จินครับ" ยืนมือไปให้อีกฝ่าย แต่คาเมะจังจู่ๆก็แอบหัวเราะอะไรไม่รู้  ทำให้เขาเองได้แต่ยกมือค้างไว้แบบนั้น  ก่อนจะแถเอามือที่เหลือว่างๆอีกข้างยกมากดแว่นตาให้ติดกับดั้งจมูกแก้เก้อ

" ยินดีที่ได้รู้จักครับ" เขาแน่ใจที่สุดว่ามือคาเมะจังนิ่มกว่ามือผู้ชายคนไหนที่เคยได้จับมาก่อน จนแอบเผลอเอานิ้วโป้งไล้หลังมือเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายคงไม่ได้ใส่ใจอะไร ก่อนที่จินจะเป็นฝ่ายถอนมือออกก่อน เพราะกลัวจะไปทำอะไรแบบไม่รู้ตัวเข้าอีก
" ว่าแต่วันนี้ไม่เปิดร้านหรอครับ"

ตายหล่ะหว่า  เขาเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้
จินรีบยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาอีกครั้ง  ใกล้เที่ยงเข้ามาทุกที  แสดงว่า หากไปถึงที่ร้าน คงจะได้เปิดร้านช่วงบ่ายไปเลยทีเดียว  แต่ตัวเขาไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือเสียดายอะไรซักนิด สาเหตุเพราะอะไรตัวเขาก็ย่อมรู้ตัวดี

" คงได้เปิดช่วงบ่ายแล้วหล่ะครับ"

" ผมทำให้คุณอาคานิชิเสียเวลาหรือเปล่าครับเนี่ย"

" ไม่เลย  วันนี้ผมมาสายจริงๆนั่นแหล่ะ  แต่ว่า คาเมะจังไม่ต้องใช้คำว่าคุณอาคานิชิกับผมก็ได้" มันดูห่างๆกันยังไงพิกล  ประโยคหลังนี้เติมเอาเองในใจ ขืนบอกต่อหน้าก็คงจะโดนหัวเราะขำเอาสิ
" เรียกผมว่าจินเฉยๆเถอะครับ"

" จิน... เรียกแบบนี้โอเคไหม?"
" งั้น  จินเรียกผมว่า คาซึยะแล้วกัน"

" อาครับ" แม้จะไม่เข้าใจว่า ทำไมเรียกคาเมะจังไม่ได้  แต่ใครจะกล้าถาม จินเลยจำต้องปล่อยตามเลย  คาซึยะก็คาซึยะ  เจ้าตัวอยากให้เรียกแบบนั้นนี่
" คะ..คาซึยะ เราเดินไปคุยไปดีกว่าไหม"

" เอาสิครับ" คราวนี้เจ้าตัวยิ้มเสียตาปิด ไม่ต้องให้บรรยายว่า น่ามองเสียขนาดไหน

คิดเสียแค่ว่า  มันน่ามอง
จนอาคานิชิ จิน เจ้าของร้านดอกไม้คนนี้ เดินสะดุดเท้าตัวเองให้อีกฝ่ายหัวเราะได้ก็แล้วกัน

.
.

จิน..  อาคานิชิ จิน หรือ คุณเจ้าของร้านดอกไม้  หรืออีกอย่าง ก็คือผู้ชายที่กำลังเดินเยื้องๆเขาไปนี่แหล่ะ

หลายต่อหลายครั้งที่คาซึยะเองพยายามกลั้นยิ้ม เพราะผู้ชายคนนี้ 
ตั้งแต่เกิดมา เขาเพิ่งได้เจอคนที่ขี้อายแต่ดูแล้วน่าคบหาแบบนี้เป็นครั้งแรก  แม้การแอบนั่งจับตามองคนตัวสูงทำงานในร้านจะผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ตัวเขาไม่เคยได้รับรู้เลยว่า จริงๆแล้วคนร่างสูงขี้อายและเป็นคนน่ารักแบบนี้

ไม่รู้จะขอบคุณเด็กวัยรุ่นคนนั้นดีหรืออะไร 
เพราะคาซึยะเห็นจินเดินมาใกล้ๆตั้งแต่แรกอยู่แล้ว  และจู่ๆก็มีวัยรุ่นใจร้อน กระแทกตัวให้เขาหลบเพื่อจะเดินสวนทำให้ต้องไปชนกับจินที่เดินอยู่อย่างเสียไม่ได้
และที่ยิ่งแปลกใจมากกว่าเก่า ก็มาเรื่องชื่อของตัวเองที่หลุดมาจากปากอีกฝ่ายนั่นแหล่ะ

รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ถูกแอบมองเหมือนกันงั้นหรือ?

ประโยคที่ว่า ร้านกาแฟที่คาเมะจังไปนั่งประจำ นั่นทำเอาหัวใจเขาเต้นแรงจนกลัวว่า อีกฝ่ายจะได้ยินเสียด้วยซ้ำ

เห็นด้วยงั้นหรือว่าตัวเขาไปนั่งที่นั่นทุกวัน
งั้นก็ต้องรู้ว่าเขาแอบมองเจ้าตัวเหมือนกันหน่ะสิ?

ยิ่งคิด ใบหน้าก็ยิ่งร้อนผะผ่าว  เหมือนกับเด็กที่วิตกว่า จะถูกจับได้หลังกระทำผิด ร่างสูงหันกลับมามองตัวเขา จนคาซึยะเองระแวงว่า หน้าจะฉาบไปด้วยสีแดงรึเปล่า

" วันก่อนผมเห็นคุณอ่านหนังสือ พอดีเล่มนั้นผมก็เพิ่งได้ซื้อไป สนุกหรือเปล่าครับ"

" หือ?" เห็นหนังสือที่เขาอ่านอีกด้วยงั้นหรือ ยิ่งคิดใจมันก็เต้นจนเจ็บอกไปหมด หากมันไม่ได้เป็นการเข้าข้างตัวเอง ว่า ตัวคาซึยะเองก็โดนอีกฝ่ายจับตามองเหมือนกัน
" ก็ สนุกดี นวนิยายอังกฤษ จินก็ชอบอ่านเหมือนกันหรอ"

" ครับ" เขาตอบมาเพียงเท่านี้  ก่อนจะหันหน้ากลับไป

 To love is to risk not being loved in return. 
 To hope is to risk pain.
 To try is to risk failure, but risk must be taken,
 Because the greatest hazard in life is to risk nothing

ประโยค 4 ประโยคที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มแต่รื้นหู ทำเอาคาซึยะหน้าร้อนวาบอีกครั้ง เขานึกดีใจที่เจ้าของร้านดอกไม้ไม่ได้หันมามองใบหน้าเขาในครานี้  ไม่งั้นเขาก็ไม่รู้จะทำยังไงกับไอ้อาการหน้าร้อนวูบวาบนี่ดี

" ผมชอบประโยคนี้มากเลย คาซึยะว่างั้นไหมครับ?" ร่างสูงทำเพียงแค่เสใบหน้ามาทางเขาชั่วแว่บนึงก่อนหันกลับไป  เร็วชนิดที่ว่า เขาเองยังไม่ทันที่จะได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายว่าเป็นอย่างไรด้วยซ้ำ

" อะ..อื้ม  ผมก็ค่อนข้างประทับใจกับประโยคนี้นะ" เขาพูดตามอย่างที่ตัวเองคิด เพราะปกติคาซึยะเองไม่ได้เป็นคนชื่นชอบนิยายอะไรมาก แต่เล่มนี้มีอะไรที่ค่อนข้างต่างออกไป  จินพอได้ยินคำตอบก็หันหน้ากลับมาส่งรอยยิ้มละไมให้อีกครั้ง แม้จะรีบหันกลับไปทันทีที่เขายิ้มตอบ

" เลี้ยวหน้าก็จะถึงร้านกาแฟแล้ว  วันนี้อากาศดี นั่งข้างนอกคงไม่หนาวเท่าไหร่ ว่าไหมครับ"

" ไม่ยักรู้ว่า มันใกล้กว่าทางปกติเสียอีกนะเนี่ย"

" แต่อย่ามาทางดีคนเดียวดีกว่า ผมว่า มันค่อนข้างเงียบ เอาไว้มากับ....คนอื่นน่าจะดีกว่า ข้างนอกเบียดเสียดเสียหน่อย แต่ก็ปลอดภัยมากกว่ากันนะ"

" อืม" คาซึยะครางรับ  แม้ในใจจะแอบคิดเล่นๆ ตอนที่ร่างสูงหยุดพูดไปช่วงกลางประโยค  หากเปลี่ยนเป็น เอาไว้มากับผม  มันคงจะน่าดีใจกว่านี้เยอะเลยให้ตาย  แต่คิดไปก็อดที่จะเขินตัวเองไม่ได้  ไม่รู้ว่าทำไมเดี๋ยวเขากลายเป็นคนแบบนี้ไปเสียแล้ว  กับการแค่อยากรู้จักอีกฝ่ายและชื่นชมผู้ชายตรงหน้า  ทำให้เขาเหมือนผู้ชายกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรักได้ขนาดนี้เชียวหรือ

เสียงรถยนต์แว่วเข้าหูเขาดังขึ้นทุกขณะ  ก็อย่างที่เจ้าของร้านดอกไม้พูด  พอเดินเลี้ยวออกมาไม่กี่อึดใจ คาซึยะก็จำซอยที่ตนเองกำลังเดินลากขาอยู่ได้ทันที  ซอยเล็กๆข้างร้านกาแฟซึ่งไม่เคยสนใจจะเดินเข้ามานี่เอง

" แล้วจะไปเปิดร้านเลยหรือเปล่าครับเนี่ย"

" รอบ่ายก็ได้ครับ  นี่ก็เที่ยงแล้ว คุณไม่รู้สึกหิวหรอ"

" ผมดื่มกาแฟมาแก้วหนึ่งก่อนออกจากบ้านแล้วหล่ะ"

" ทีหลังอย่าทำแบบนั้นนะครับ!!" ลูกค้าประจำร้านกาแฟตกใจเล็กน้อย และคนตรงหน้าก็คงรู้สึกตัวเหมือนกัน  ถึงได้ยกมือขยับแว่นสีดำให้กระชับ " ผมหมายถึง มันจะไม่ดีต่อสุขภาพ .. ร้านดอกไม้เปิดทุกวันนะครับ"

" หะ?" แล้วร้านดอกไม้มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้งั้นหรือ เขาอดนึกแปลกใจไม่ได้ ที่จู่ๆชายหนุ่มก็เปลี่ยนเรื่องพูดกระทันหัน

" ถ้า...ไม่รู้ว่าจะไปกับใคร ก็มาเรียกผมไปก็ได้" คาซึยะเพิ่งสังเกตุว่า จนป่านนี้ นิ้วที่กดแว่น ยังคงค้างเติ่งอยู่ที่เดิม  ร่างสูงทำเป็นกระแอมไอเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปพร้อมออกเดินหน้า เร็วขนาดเขาต้องออกแรงวิ่งเยาะๆตามไปจึงจะไล่ตามทัน

" แล้ว ตอนนี้ร้านยังไม่เปิด จะใช้บริการได้งั้นหรอ?"

" กรณีฉุกเฉินก็พอได้มั้งครับ" จินที่เอามือถูกไปมาตรงปากราวกับเขินเสียเต็มประดาและไม่วายจ้ำเท้าเดินนำไปอีก  แต่คนฟังนั้นหมดแรงที่จะวิ่งเยาะๆเสียแล้ว ประโยคเมื่อครู่ทำเอาเขาหมดแรงจะเดิน ทำได้แต่เอาฟันกัดริมฝีปากล่างไว้ แล้วยืนอยู่นิ่งๆ

ให้ตาย....
น่ารัก จนกลั้นยิ้มไม่ไหวแล้ว

.
.

" ชาร้อน 2 ที่หรอครับ" ยามาชิตะเอ่ยถามเขาด้วยใบหน้างุนงง  นับว่าเป็นครั้งแรกก็ได้ ที่ร่างสูงโปร่งเห็นลูกค้าประจำอย่างเขา สั่งอย่างอื่น เพราะปกติออเดอร์ที่รับจะเป็นกาแฟไม่เคยต่ำกว่า 2 แก้ว ต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่มานั่งรอน้องชายคนดีเลิกเรียน

" ขอวาฟเฟิลวนิลาด้วยนะครับ"

" อ่อ ครับ" คนรับออเดอร์ที่ติดจะงุนงงโค้งให้คนทั้งคู่ก่อนเดินกลับเข้าไปในร้าน  คาซึยะมองตามแล้วอดที่จะหัวเราะเบาๆไม่ได้  ท่าทางยามาชิตะดูมึนๆราวกับโดนชกแล้วลุกขึ้นมาใหม่ๆ ยังไงอย่างงั้น  ต้องบอกให้ยูยะโยนผ้าขาวยอมแพ้ให้ด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้  แต่ของที่คนข้างๆสั่งเพิ่มเหมือนเป็นข้อมูลใหม่ในการรับรู้ข้อมูลของตัวเขา คาซึยะเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่อยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่เจ้าของร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้ามชอบเหมือนกัน

" จินชอบกินขนมหวานหรอครับ?"

" ผมสั่งมาให้คุณนั่นแหล่ะ วาฟเฟิลกับชาร้อน ผมว่า มันน่าอร่อย เอ้อ..ไม่สิ ผมไปอ่านเจอหน่ะ เขาว่าอร่อย" พูดไปก็แอบยกมือกระชับแว่นตาไป  ท่าทางมันคงติดเป็นนิสัยไปแล้วจริงๆ คาซึยะคิดว่าอย่างนั้น เพราะทุกทีที่ร่างสูงทำท่ากระอักกระอ่วน เหมือนขัดเขินที่จะต้องพูดอะไรบางอย่าง มือของเจ้าตัวมักจะเลื่อนขึ้นไปขยับแว่นตากรอบสีดำที่เหมาะเจาะกับใบหน้าของเจ้าตัวเป็นประจำ เท่าที่เขาเห็น.. ก็ไม่ต่ำกว่าห้าครั้งแล้วในวันนี้

" แต่ผมยังอิ่มอยู่เลยนะเนี่ย"

" ทานน้อย ถึงได้ตัวเล็กแบบนี้สินะ" อีกฝ่ายแกล้งแซวก่อนจะเอนตัวมองร้านตัวเองจากฝั่งตรงข้าม ท่าที่สบายๆของชายหนุ่มทำให้เขาอดที่จะคลี่ยิ้มบางๆไม่ได้  สักพักร่างสูงก็ดูเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เนื่องจากคาซึยะเองสังเกตุเห็นหัวคิ้วขมวดของอีกฝ่าย  แม้จะอยากรู้แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถาม  เขาทำได้เพียงนั่งลอบสังตุการณ์ผู้ชายคนข้างๆไปเรื่อยๆเพียงเท่านั้น
" ไม่รู้เลยนะเนี่ย ว่าตรงนี่มองเห็นตรงที่ผมทำงานพอดีเลย" คุณเจ้าของร้านดอกไม้เกือบจะทำเขาหัวใจวาย  เมื่อเจ้าตัวหันควับกลับมา จนเขาแทบจะละสายตาจากการลอบสังเกตุการณ์แทบไม่ทัน ก่อนที่คนถามจะเอียงตัวมาทางเขา พลางขยับเก้าอี้เข้ามาชิดเก้าอี้ที่ตัวเขานั่งเสียอีก
" ตรงนี้มองเห็นชัดเลย ว่าไหมครับคาซึยะ" หันมาจ้องใบหน้าเขาพลางมองข้ามไปยังฝั่งร้านตัวเอง  ก่อนจะหันกลับมาอมยิ้มกรุ้มกริ่มที่เขาคิดเอาเองไปว่า อีกฝ่ายหวังจะแหย่อะไรหรือเปล่า

" เอ้อ ครับ" สาบานว่าคาซึยะตอบได้อ้อมแอ้มที่สุดในวันนี้  เพราะคนถามเล่นอมยิ้มแถมจ้องหน้าเขาในระยะประชิดเสียแบบนี้  อีกอย่าง เขาไม่รู้ว่า จินคิดอะไรถึงได้หันมาถามตัวเขาในประเด็นนี้นี่แหล่ะ แล้วยังยิ้มเล็กยิ้มน้อยเสียอีก จะยอมถูกหาว่าเป็นกระต่ายทำตัวตื่นตูมที่ระแวงคิดว่า คนข้างๆต้องคิดอะไรแน่ๆเลยเชียว 
ในขณะที่กำลังคิดวิตกไปต่างๆนานาเจ้าของร้านดอกไม้ก็ขยับตัวกลับไปที่เดิม โดยที่ไม่ได้สนใจจะคาดคั้นเอาคำตอบอะไรจากตัวเขา  ก็นับว่าเป็นโชคดีของคาเมนาชิก็แล้วกัน  แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังวางใจอะไรไม่ได้  จนกระทั่ง ยามาชิตะยกเครื่องดื่มกับวาฟเฟิลที่สั่งไว้มาวางไว้ที่โต๊ะ คนข้างๆถึงได้ละสายตาจากฝั่งตรงข้ามมาเป็นแก้วกระเบื้องที่ส่งกลิ่นหอม พลอยให้คาซึยะเองใจชื้นตามไปด้วย

" ทานด้วยกันสิครับ" คาซึยะแบ่งวาฟเฟิลในจานก่อนจะดันจานให้คนแนะนำได้ชิมก่อน  จริงๆแล้วตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะถูกใจกับรสชาติมันอย่างที่ร่างสูงพูดไว้ตอนต้น  เรียกว่า ของหวานกับเขาออกแนวจะไม่ค่อยได้โคจรมาพบกันบ่อยๆเสียด้วยซ้ำ
" ถ้าไม่กินนี่  ผมคิดว่าคุณโกหกนะ" เพิ่มคำขู่ทับ เพื่อปิดทางหลบหนี เผื่อว่าร่างสูงนึกปฏิเสธไมตรีที่เขาหยิบยื่นให้

" ก็ได้ครับ" เจ้าของร้านดอกไม้หัวเราะชอบใจกับคำขู่เล็กๆของเขาหล่ะมั้ง ถึงได้แสดงท่าทีขบขัน ก่อนจะทำตามอย่างที่เขาต้องการง่ายๆ  ส้อมเล็กๆ ที่วางเคียงถูกอีกฝ่ายนำมาจิ้มขนมปังรสหวานชิ้นเล็กเข้าปาก ก่อนวางส้อมลง  ท่าทีละเมียดละไมราวกับคนชั้นสูงที่ออกมาดื่มชาร้อนในช่วงพักผ่อนทำให้เขาหน้าร้อนวาบอีกครั้ง  ไม่รู้ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้มีบุคลิกท่าทางถอดแบบตัวละครจากหนังโรแมนติกที่เขาพบเจอเป็นประจำเสียจริงๆ
" ผมทานแค่นี้พอแล้ว คาซึยะทานต่อเถอะครับ ผมสั่งมาให้คุณนะ!" ทันทีที่จินละริมฝีปากออกจากขอบแก้วกระเบื้อง คำติเตียนก็ออกมาทันที เมื่อเขาทำท่าเพิ่กเฉยกับขนมหวานตรงหน้า

" อ่า..โอเคๆ" คนโดนแขวะได้แต่หัวเราะเบาๆ ให้ตายเถอะ  ถ้าวันนี้หน้าเขาปริแตกขึ้นมา คนแรกที่เขาจะโทษ คือคนข้างๆตัวนี่แหล่ะ  ส้อมเล็กถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง คาซึยะเลือกชิ้นที่คิดว่าพอเหมาะก่อนทำท่าจะส่งมันเข้าปาก แต่สายตากลับหันไปเจอจินที่จ้องพร้อมทำหน้าตะขิดตะขวง จนทำให้เขาต้องผ่อนข้อมือลง
" อะไรครับ"

" คุณจะใช้ส้อมอันนี้หรอ เออ...เดี๋ยวผมสั่งส้อมให้ใหม่ดีกว่า"

" ทำไมหล่ะ  มันก็ไม่ได้หล่นนี่?"

" กะ.........ก็ ผมเพิ่งใช้ไปเมื่อกี้นี่" ความร้อนวิ่งขึ้นหน้าเขาเมื่อผู้ชายตรงหน้าพูดประโยคเมื่อครู่ คาซึยะไม่ได้เขินที่เกือบจะได้จูบทางอ้อมกับเจ้าของร้านดอกไม้  แต่ที่เขิน คือ เขินที่ร่างสูงคิดแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยๆ แบบนี้ ในขณะที่ตัวเขาเองไม่ได้สนใจมันแม้แต่นิดเดียว

หากจะบอกว่า  จินค่อยๆเหยียบย่างเข้ามาในหัวใจเขามากขึ้นจนเกือบหมดทั้งตัวภายในวันเดียว
เขาจะดูเป็นผู้ชายใจง่ายไหมหนอ?

.
.

" คาเมะจัง เป็นอะไรไป เห็นนั่งอมยิ้มมาตั้งนานแล้ว"

" เปล่าเสียหน่อย" ทันทีที่ร่างสูงกลับไปที่ร้าน เขาก็ออกอาการดังกล่าวมาจนถึงนาทีนี้  คาซึยะนึกดีใจที่ผู้ชายคนนั้นกลับร้านไปเสียได้  เพราะหากอยู่ใกล้ๆ เขาคงได้หัวใจเต้นจนหลุดออกมานอกอกแน่ๆ

" เปล่าอะไรกัน  ว่าแต่ วันนี้ควงหนุ่มที่ไหนมากินกาแฟที่ร้านหรอ" น้องชายตัวดีถามกึ่งยิ้มเจ้าเล่ห์  หนอยแหน่ะ นี่คงมีสปายนามว่ายามาชิตะแอบเล่าให้ฟังสินะเนี่ย

" คนรู้จักหน่ะ พอดีบังเอิญเจอกัน"

" บังเอิญขนาดทำให้พี่ชายคนดียิ้มแก้มปริแบบนี้ด้วยรึเปล่า" น้ำเสียงที่จงใจหยอกล้อพี่ชาย ทำเอาคาซึยะนึกอยากยื่นมือไปหยิกแก้มกลมๆของน้องชายช่างเจรจานัก
" มะรืนก็วันคริสมาสแล้วนะเนี่ย  คาเมะจังมีอะไรอยากได้เป็นพิเศษรึเปล่า"

" ไม่รู้สิ  คงเป็นบ้านที่ออกแบบซักหลังหล่ะมั้ง"

" โห... แต่ละหลังที่คาเมะจังออกแบบไปเนี่ย  ลงหนังสือแทบทุกหลังเลยนี่  ราคางี่แพงจนไปซื้อไม่ไหวละมั้ง"

" ลงทุนจะซื้อของให้พี่หรือไงเรา แค่ทำตัวเป็นน้องชายน่ารักๆว่าง่ายๆก็พอแล้ว"

" งั้น..แบบนี้ ยูยะก็ไม่ต้องทำอะไรเลยสิ?" คาซึยะนึกอยากจะตีเพียะที่แขนเจ้าคนพูดนัก  ทุกวันนี้ยังแอบป่วนให้พี่ปวดหัวอยู่เลย  เอาที่ไหนมาพูด ว่าเป็นน้องชายน่ารักแล้วก็ว่าง่ายกัน
" งั้นขอคาเมะจังมั่งได้ไหม"

" อยากได้อะไรหล่ะ เกมส์หรือของเล่นอะไรอีก... หืม"

" ไม่ใช่สักหน่อย  ไม่ใช่ไม่อยากได้นะ แต่ไม่รีบ" น้องชายตัวป่วนทำขยิบตาไปมา ก่อนจะขยับมานั่งเบียดพร้อมเอาแก้มแนบต้นแขนเขาเอาไว้
" ยูยะอยากได้พี่สะใภ้  ไอ่เราก็อุตส่าห์แอบเชียร์พี่สาวหน้าหวานคนนั้น  แต่ไหงพี่ชายกลับไม่สนใจไปได้ก็ไม่รู้"

" เรื่องแบบนี้ใครเขาบังคับกันได้หล่ะ"

" งั้นพี่ผู้ชายคนเมื่อกลางวันนี้ก็ได้" เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของคนที่นั่งติดกันเมื่อบ่าย คาซึยะจำต้องกลั้นยิ้มแทบไม่ทันอีกครั้ง แค่นึกถึงอุณหภูมิบนหน้ามันก็เปลี่ยนไปรวดเร็วจนแทบระงับไม่อยู่  นี่คงไม่ได้เผลอมาทำหน้าดำหน้าแดงต่อหน้าน้องหรอกนะ คาเมะนาชิ 
" นั่นแน่!! คนนี้มีสิทธิลุ้นใช่ไหมเนี่ย" แค่เห็นปฏิกิริยาแบบนี้  ต่อให้คนไม่รู้อะไรเลย ยังต้องสงสัย แล้วนี่..คนที่รู้ดีอย่างยูยะคนนี้จะปล่อยผ่านไปง่ายๆได้อย่างไร

" ไม่ต้องพูดมาก!  ไปนอนได้แล้วเรา  พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรือไง?" ไม่พูดเปล่า คาซึยะลงทุนแงะเด็กชายออกจากโซฟา พร้อมรุนหลังให้เดินเข้าห้อง ขืนปล่อยให้พูดต่อ เขาคงได้เขินจนนอนไม่หลับแน่ๆ

" If you love someone tell them don't wait or also you will lose the chance" เสียงของน้องชายอ่านข้อความจากหนังสือที่ถืออยู่ในมือ พลางหัวเราะน้อยๆ แล้วรีบปิดประตูห้องเมื่อพี่ชายเดินเข้าใกล้ 

หลังจากที่คาซึยะไล่เจ้าตัวแสบไปนอนได้แล้ว ก็ถึงคราตัวเอง  น่าแปลกใจ  ทั้งที่แตะกาแฟไปเพียงแก้วเดียวเมื่อตอนเช้า   แต่ทำไมดวงตาเขามันถึงได้ไม่มีวี่แววอ่อนล้าเอาเสียเลย 

เรื่องทั้งหมดถ้าจะโทษ  เขาจะโทษ...
โทษผู้ชายคนที่ทำงานอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านกาแฟนั่นแหล่ะ ที่เป็นต้นเหตุ

.
.

- วันนี้รอรับเซอร์ไพส์พิเศษนะพี่ชาย -

โพสอิดสีเหลืองแปะอยู่หน้าประตูห้องนอนของเขา  ยูยะคงเอามาแปะตอนเช้า ก่อนที่จะออกไปเรียนแหงๆ  คาซึยะบีดตัวขี้เกียจพลางเงยหน้ามองนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงตรง  

' ให้ตายเถอะ  เขาตื่นสาย  สายมากที่สุดเลยด้วยมั้งเนี่ย'


กว่าจะมาถึงที่ร้านกาแฟ  เวลาก็เหยียบบ่ายโมงกว่าๆ  คาซึยะทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ พลางเหลือบมองผู้ชายคนที่นั่งข้างๆเมื่อวานเดินหมุนวนอยู่ด้านใน  ยามาชิตะเดินมาถึงช่วงเวลาเดียวกับที่เขาละสายตาจากร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้ามพอดี  การสบตาเด็กหนุ่มวันนี้ดูแปลกไปกว่าปกติ  เมื่อรอยยิ้มหวานของเจ้าตัวดูเจือปนไปด้วยอะไรบางอย่าง 

" รับอะไรดีครับ"

" เหมือนเดิมนั่นแหล่ะ" บริกรหนุ่มอมยิ้มพลางทวนชื่อรายการที่เขาสั่งเป็นประจำอีกครั้ง  ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าร้าน
" เอ้อ.. ยามะพี!!  เปลี่ยนได้ไหม"

" ครับ? เปลี่ยน? ได้ครับ งั้นจะรับอะไรดีครับ" คาซึยะคิดว่า เขามองไม่ผิด น้องชายตัวแสบต้องมาแอบเล่าอะไรให้เด็กเสิร์ฟตรงหน้าฟังแน่ๆ ไม่งั้นยามาชิตะจะมีกิริยาท่าทางแบบนี้หรือ ไอ้รอยยิ้มที่ดูเหมือนมีความคิดอะไรแฝงอยู่ถอดแบบน้องชายตัวดีมาเปี๊ยบเนี่ย  เขาคิดว่า คงไม่ได้หลอนไปเองแน่ๆหล่ะ

" เอาแบบเมื่อวาน..  ชากับวาฟเฟิลหน่ะ"

" อ้อ.. ชาร้อนกับวาฟเฟิล" เด็กหนุ่มอุทานเสียงสูง ยิ่งทำให้คาซึยะมั่นใจแทบจะพันเปอร์เซ็นต์ ว่าสิ่งที่คิดมันถูก  ครั้นเบี่ยงหน้าหนีจากคนรับออเดอร์มาได้  ก็เจอกับจินที่เหมือนจะเงยหน้ามาพอดี  พออีกฝ่ายส่งยิ้มให้ เขาก็ต้องฉีกยิ้มตอบ โดยมีเสียงกระแอมไอจากยามาชิตะที่แอบลอบมองแล้วฉีกยิ้มหวาน(ที่คาซึยะคิดว่าเจ้าเล่ห์ที่สุด)ทิ้งท้ายก่อนเดินเข้าไปในร้าน

แล้ววันเกือบทั้งวันมันก็เป็นแบบนี้ 
คุณเจ้าของร้านดอกไม้จะขยันเงยหน้ามองมาทางเขาบ่อยสักเท่าไหร่กันเชียวนะ!
 

หรือเขาจะเบี่ยงไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัวดี  จะได้มีที่พักสายตาบ้าง  ในเมื่อนั่งตรงข้ามแบบนี้จะให้เบนสายตาไปทางอื่นมันก็ไม่ใช่ที่  แต่พอมองตรงๆ ก็รู้สึกเมื่อยแก้มและเหนื่อยหัวใจเหลือเกิน ทางเดียวที่แก้สถานกาณ์นี้ได้ดีที่สุดคือการนั่งอ่านหนังสือ  คราแรกคาซึยะรู้สึกแย่ที่เขาหยิบหนังสือเล่มที่ไม่ได้ชอบใจมากนักมาอ่านในวันนี้  แต่ตอนนี้ขอให้เป็นสิ่งที่ดึงสายตาไปที่จุดนั้นได้ ต่อให้เป็นฉลากสถานที่ผลิตชา เขาก็ยอมทนอ่านวนมันไปเรื่อยๆนั่นแหล่ะหน่า

.
.

" ..........."

มีอะไรบางอย่างบังแสงอยู่ตรงหน้าเขา เพราะเงามันพาดทับตัวหนังสือที่อ่านพอดิบพอดี  คาซึยะรู้สึกหัวเสียเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่เอามาอ่านฆ่าเวลาเล่น  ร่างคุ้นตาที่หลุดออกมาจากร้านฝั่งตรงข้ามกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ทำเอารู้สึกโหวงจนทำอะไรไม่ถูก

" มาส่งดอกไม้ครับ"
" เดี๋ยวคาซึยะเซ็นต์ตกลงรับของตรงนี้นะ" สมุดเล็กๆถูกยื่นให้พร้อมปากกา  ก่อนที่หชายหนุ่มจะก้มลงไปเขียนชื่อตัวเอง

" จากใครเนี่ย"

" ความลับของลูกค้า ผมบอกไม่ได้หรอก เดี๋ยวก็ต้องไปทำงานต่อแล้ว"
" วันนี้ร้านปิดตอน หนึ่งทุ่มนะครับ"

" อาฮะ" แม้จะงงๆไปเสียหน่อย  คาซึยะก็ยังเอ่ยแสดงการรับรู้

" คือ....ถ้ายังไม่มีใครมา หลังเลิกงานจะมานั่งเป็นเพื่อนแล้วกันนะครับ"

" ได้สิ  ข้ามถนนระวังรถนะ" คนรับดอกไม้อมยิ้มหวาน  ช่อดอกไม้นี่มาจากยูยะรึเปล่า เห็นน้องแปะโพสอิดไว้ให้ ก็พาลนึกได้ ของเซอร์ไพส์คงเป็นช่อดอกไม้นี่ไม่ผิดไปหรอก  หลังชื่นชมดอกไม้ได้สักพัก  เสียงเล็กคุ้นหูก็ดังขึ้นใกล้ๆตัว  คาซึยะอมยิ้มให้น้องชายที่เพิ่งเดินเข้ามา

" ดอกไม้จากใครเนี่ย สวยจัง!~"

" จะชมตัวเองหรือยังไง ยูยะ"

" เปล่าเสียหน่อย  ชมดอกไม้พี่หน่ะสิ ไม่ได้ชมตัวเองสักคำ" เด็กชายเอ่ยเถียง  ก่อนจะยืนกล่องของขวัญกล่องเล็กให้
" ของขวัญคริสมาสพี่ชาย"

" ให้ 2 ชิ้นเลยหรือ เงินถุงเงินถังมาจากไหนกันเนี่ย"

" ก็เพิ่งให้นี่แหล่ะ  บอกว่า ดอกไม้ไม่ใช่ของยูยะ ทำไมไม่เชื่อน้า  ของแฟนพี่คนไหนรึเปล่า"

" บ้าหน่ะ  แต่ไม่ใช่ของเราจริงหน่ะหรือ"

" ก็จริงหน่ะซี่!  การ์ดหล่ะ? คาเมะจังไม่ลองหาการ์ดอะไรดูหล่ะ เพื่อเขาจะเขียนเอาไว้ให้ หรือให้ช่วย" พูดปุ๊บก็จะทำปั๊บ  ยูยะขยับตัวทำท่าจะคว้าช่อดอกไม้จริงๆ  จนคาซึยะต้องฉวยช่อดอกไม้ไว้ในมือ

" ไม่ต้องเลยนายหน่ะ  จะให้ของขวัญใครอีกคนก็รีบๆไปซะ ก่อนที่พี่จะยืดไว้ทั้งสองกล่อง"

" ใจร้าย คาเมะจังหน่ะ" ดูท่าน้องชายตัวแสบคงจะหวงไม่ใช่น้อย  เมื่อโดนขู่ว่าจะยืดของขวัญอีกกล่อง  เจ้าตัวก็รีบถือไว้กับมือ แล้ววิ่งเข้าไปในร้านกาแฟหาสหายคนสนิทคนเดียวนั่นแหล่ะ  คาซึยะละสายตาจากน้องชายมาดูช่อดอกไม้ในมืออีกครั้งก็ต้องแอบสงสัย  ไม่ใช่ยูยะแล้วจะเป็นใคร 

ช่อลิลลี่แซมด้วยเปเปอร์มิ้นท์กำลังโดนเจ้าของหมุนไปมาเพื่อหาการ์ดที่อาจจะผูกติดกับ กระดาษสีหวาน  ครั้นพลิกช่อลง กระดาษแข็งพับครึ่งอันเล็กก็ร่วงมาจากข้างใน  คาซึยะวางช่อดอกไม้ไว้บนโต๊ะก่อนจะเปิดอ่านข้อความด้านใน

*
เมอร์รี่คริสมาสล่วงหน้าครับ 

พรุ่งนี้ถ้าเป็นไปได้ ไปเที่ยวงานคริสมาสด้วยกันไหมครับ
อาจจะเสียมารยาทที่เขียนมา แต่ผมกลัวว่า คุณจะรีบกลับไปก่อนที่ร้านผมจะปิด
ถ้าตกลง รบกวนเอาดอกไม้ช่อนี้กลับด้วยนะครับ  แต่ถ้าไม่..วางมันไว้ตรงนั้นก็ได้
ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อวานด้วยนะครับ

ร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้าม
*

แล้วเขาจะตอบอย่างไรดี
ปกติแล้ววันคริสมาส เขากับยูยะมักจะอยู่ฉลองกับครอบครัวเสมอ จะมีก็แต่ปีนี้ที่พ่อแม่ออกไปเยี่ยมคุณป้าที่ต่างจังหวัด ทำให้ปีนี้เป็นปีแรกที่จะมีคนฉลองไม่ครบ แล้วนี่ จะให้เขาทิ้งยูยะไปอีกคนงั้นหรือ

แม้ว่าจะตื่นเต้นกับคำชวนของอีกฝ่าย
แต่น้องชายเป็นสิ่งรับผิดชอบเดียวที่เขาต้องดูแล

แล้วจะคาซึยะควรจะตัดสินใจยังไงกันดี?
.
.

ตอนนี้ร่างสูงกำลังทำงานอย่างเร่งรีบ ทำงานไปชะเง้อออกนอกหน้าต่างไป  คาเมะจังคงได้อ่านการ์ดแล้ว  เขาหวังว่า ตอนอีกฝ่ายกลับไป  จะไม่มีช่อดอกไม้ของเขาวางอยู่บนโต๊ะ  จนเวลาทุ่มกว่า  ก็ไม่เห็นวี่แววชายหนุ่มร่างบางแล้ว  เขาถอนหายใจเบาๆ  ภาวนาให้ตัวเองไม่เห็นช่อดอกไม้  แต่พอตวัดสายตามาอีกหน่อย รูปทรงคุ้นตาบนโต๊ะกาแฟก็ทำให้ต้องใจแป้ว

ช่อดอกไม้ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

ในเมื่อจัดเอง  ห่อเองแบบนั้น  ต่อให้เห็นแค่เงาก็ยังจำได้  หรือว่าคาเมะจังจะไม่พอใจจริงๆ  คาเมะจังไม่อยากไปกับเขางั้นหรือ?  หรือว่าการชวนไปดูแสงไฟในวันพรุ่งนี้ มันดูเป็นการรุกล้ำเจ้าตัวมาเกินไปหรืออย่างไร ทั้งๆที่เขาคิดว่า อีกฝ่ายคงจะไม่ปฏิเสธไมตรีของเขาแท้ๆ
เห้อ..อาคานิชิเอ๋ย  ปีนี้ ถ้าไม่เดินคนเดียวก็ต้องอยู่บ้านเลี้ยงหมาไปเหมือนปีก่อนนั่นแหล่ะ  ไม่ต่างกันเลย

ดอกไม้ดอกสุดท้ายถูกจัดเก็บเข้าตู้แช่  ก่อนที่ร่างสูงจะเก็บสัมภาระของตัวเองแล้วเดินออกจากร้าน  แม้จะรู้สึกดาร์กทางอารมณ์นิดหน่อยแต่ก็คิดเอาไว้ซะว่า คราวหน้าอาจจะมีหวัง

" ร้านปิดแล้วหรอ" น้ำเสียงคุ้นหูจากทางเก้าอี้เรียกรอยยิ้มจากเจ้าของร้านดอกไม้แทบจะทันที  ที่แท้ก็ยังอยู่นี่เอง  แถมยังมานั่งอยู่หน้าร้านของเขาเองเสียด้วย แค่การปรากฏตัวอย่างเหนือความคาดหมายจากร่างบาง ก็ทำให้ตัวเขาเองหน้าบาน ราวกับปลาได้น้ำแบบนี้แล้ว

" คาซึยะ..ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้หล่ะครับ"

" ผมกลัวคุณไม่เห็นคำตอบหน่ะ" ชายหนุ่มอมยิ้มหวาน แต่มันไม่ได้ช่วยให้จินรู้สึกแช่มชื้นขึ้นเลย

" อ้อครับ"

" พรุ่งนี้ ผมต้องฉลองคริสมาสกับน้องชาย ถ้าเปลี่ยนเป็นวันนี้แทนจะได้ไหม คุณเล่นไม่เผื่อตัวเลือกไว้บ้างเลย  ผมก็เลยต้องมานั่งรอนี่แหล่ะ"

" แล้วทำไมไม่เข้าในข้างในหล่ะครับ  มานั่งตากลมหนาวแบบนี้ ถ้าไม่สบายจะเป็นยังไง" ตัวเล็กๆบางๆอยู่  โดนลมมากๆ จะจับไข้เอาไม่รู้เรื่อง

" ไม่เป็นไรหรอกหน่า ว่าแต่คำตอบหล่ะ"

" ไม่มีดอกไม้ให้ถือกลับไปด้วยนี่สิครับ" แอบพูดแหย่ชายหนุ่มกลับไป จนอีกฝ่ายอมยิ้ม 
" แล้วน้องชาย.."

" รายนั้นก็ไปกับเพื่อนเขานั่นแหล่ะ  ไปกันเลยไหม?" คาซึยะลุกขึ้นจากเก้าอี้ พลางเดินอ้อมไปหาคนร่างสูง
" คนชวนต้องเป็นฝ่ายพาไปนะ อ้อ! .. ขอกลับไปเอาช่อดอกไม้ฝั่งนู้นสักครู่นะ  ผมเสียดาย.."

" ครับ" เขามองคาเมะจังเดินข้ามฝั่งไปหยิบช่อดอกไม้ที่ตัวเองเป็นคนนำไปมอบให้เมื่อบ่าย ก่อนที่จะประคองมันข้ามกลับมาฝั่งร้านดอกไม้
" เหมาะจริงๆด้วย"

" หื้อ?"

" คุณกับดอกไม้หน่ะ" มือไม้ไม่รู้จะไว้ตรงไหน เลยต้องยกขึ้นมาขยับแว่น จับทรงผมอะไรไปเรื่อยเปื่อย  ยิ่งเห็นใบหน้าหวานหัวเราะเบาๆ ยิ่งพาลให้หน้าร้อนวูบ ราวกับได้ทำอะไรเปิ่นๆจนหชายหนุ่มยิ้มขำ
" ไปเถอะครับ เดี๋ยวค่ำกว่านี้คนจะแน่น" 

.
.

" เมื่อยรึยังครับคาซึยะ"

" นิดๆแล้วหล่ะ คนเยอะจริงๆ ไม่รู้ว่าจะมาแถวนี้ทำไมมากน้า" เขาบ่นทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่เต็มอก  แต่ขอให้ได้บ่นเสียหน่อยเถิด  แม้ว่าจะเดินไม่ได้มาก  แต่จำนวนผู้คนก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยเสียเต็มประดา

" หาที่นั่งแล้ว เดี๋ยวผมไปซื้อไอศกรีมมาให้ทานดีกว่า ร้านตรงนั้นหน่ะครับ" จินชี้มือไปทางซ้ายมือ  ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับพลางมองหาสถานที่นั่งพัก  เพียงครู่เดียวร่างสูงก็กลับมาพร้อมไอศกรีม2แท่ง  คาซึยะรับมากินระงับความร้อนเนื่องจากความเนืองแน่นของผู้คน 

" ไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ" เก้าอี้สีเขียวที่เพิ่งว่างลงถูกหมายตาทันทีจากร่างสูง  คาซึยะเดินตามชายหนุ่มไปก่อนที่เขาจะทิ้งตัวนั่งด้วยความเมื่อยขบบริเวรขา  พลางบิดขี้เกียจซ้ายขวา พร้อมเงยหน้าให้หายเมื่อยตัว บางสิ่งบางอย่างเหนือศรีษะทำให้ต้องแทบอ้าปากค้าง

" อย่า!!!  อย่าเพิ่งนั่ง!!" และท่าทางมันคงช้าไป เมื่อเจ้าของร้านดอกไม้นั่งลงพอดี พร้อมกับทำหน้างงๆใส่เขาอีกแหน่ะ

" ครับ?"

คาเมะนาชิ คาซึยะอยากจะกรีดร้อง  จะทำยังไงดี  ทำไมถึงได้มีช่อดอกไม้นี่ตรงนี้ก็ไม่รู้   จะให้ไปจูบได้ยังไง  เพิ่งรู้จักกันนะ  เพิ่งรู้จักกันเอง!

" คือ... จิน"

" ครับ?" ร่างสูงเอียงหน้ามารอฟังในสิ่งที่เขาจะพูด ก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างจึงชี้มือออกไปพลางชี้ชวนให้เขาดู  แต่เวลานี้ คาซึยะไม่ได้มีความคิดอยากทำอะไรเสียหรอก 

นอกไปเสียจาก

ให้ริมฝีปากของตัวเอง แนบกับริมฝีปากของอีกฝ่าย
จนได้กลิ่นไอศกรีมรสสตอเบอร์รีหวานที่ผู้ชายคนข้างๆกินอยู่ ติดมากับริมฝีปากตัวเองนั่นแหล่ะ

" จิน"
" เราอยู่ใต้ มิสเซิลโท"  เพียงแค่เขาพูดจบ ร่างสูงก็เงยหน้าขึ้นแล้ว ครางฮื่อในลำคอเมื่อเจอช่อดอกไม้ที่ว่า  แม้จะไม่ใช่เวลาที่ควรจะหัวเราะ  แต่การที่เห็นท่าทางของคนข้างๆมันก็อดที่จะกลั้นยิ้มไม่ได้จริง 

ประเพณีปฏิบัติกันยาวนาน ว่ากันว่า ใครยืนอยู่ใต้ช่อมิสเทิลโทด้วยกันต้องจูบกัน  อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และตอนนี้ มันก็กำลังเป็นปัญหากับคาซึยะเสียเหลือเกิน

" ......." ร่างสูงไม่พูดอะไรต่อหลังจากเงยหน้าขึ้นไปมองสิ่งนั้น ต่างคนต่างเงียบ จนเขาอดไม่ได้ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายควมเงียบ

" เราจะทำเป็นไม่เห็นมันก็ได้นะ"

" แต่รู้อยู่แก่ใจว่าเห็นหน่ะหรอ" จินพูดพลางอมยิ้มบางๆ
" ช่วยไม่ได้  ยังไงก็หนีไม่ได้แล้วนี่" ปากพูดมาแบบนั้นแต่มือยังคงง่วนกับการขยับแว่นขึ้นลง  นับว่าครั้งนี้คุณเจ้าของร้านดอกไม้เก็บอาการได้ดี  เพียงแต่ มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาคลายกังวลแม้แต่น้อย

" รบกวนช่วยถือช่อดอกไม้หน่อยนะครับ"

" นี่หรอ?" ยกช่อดอกไม้ชู จนมีมืออุ่นๆทาบทับกับมือตัวเองแล้วดึงมาอยู่ระนาบข้างใบหน้า

.

กึก !

.

" อ่ะ..." เขาเอามือจับดั้งจมูกพร้อมลูบเบาๆ  พลางคิดว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น ก็พาลใจเต้นถี่รัวไปหมด

" ผะ..ผมขอโทษ!!!  ผมลืมถอดแว่น เจ็บตรงไหนรึเปล่า" มือจินแตะกับสันกรามเขาเบาๆ พลางช้อนใบหน้าชายหนุ่มร่างบางที่ยังหลับหูหลับตา  ใจจริงมันไม่ได้เจ็บปวดอะไรเสียหน่อย เพียงแต่มันตกใจจนเกิดปฏิกิริยาพวกนี้มันก็เท่านั้นเอง
" เจ็บจมูกหรอ" ดูท่าจินจะดูตื่นกระหนกเกินเหตุ  สังเกตุจากที่ชายหนุ่มพาลจับใบหน้าเขาให้เสียวุ่นวาย เพื่อหาร่องรอยบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเล็กๆนั่น

" ไม่เป็นไรๆ  แค่ตกใจนิดหน่อย" ขืนปล่อยให้ชายหนุ่มประคองใบหน้านี่ต่อไป ความร้อนคงได้แพร่จนอีกฝ่ายนิ้วพองก็เป็นได้

" ขอโทษนะครับ" จินยังคงแอบดึงมือเขาออกพร้อมสอดสายตาหารอยฟอกช้ำจากใบหน้า ก่อนจะลดมือลง

" ........." พอตั้งสติได้ ต่างคนต่างเงียบ สัมผัสอุ่นวาบตรงริมฝีปากที่ยังรู้สึกอยู่  ก็ทำให้ขยับตัวออกห่างอย่างลืมตัว  มือเรียวที่ละจากสันจมูกตัวของตัวเองแอบเลื่อนมาแตะริมฝีปาก ยามจินเบือนหน้าไปอีกทาง

ไม่แนบแน่น  ไม่ยั่วยุ
แต่กลับอุ่นวาบ  และชวนให้หัวใจพองโตเป็นที่สุด

.
.

" ถึงบ้านแล้วหล่ะ"

" อาครับ" ต้นคริสมาสต้นเล็กหน้าบ้านทำให้ชายหนุ่มอมยิ้ม  " พรุ่งนี้ฉลองกันแค่สองคนหรือครับ"

" อืม  ถ้าว่างก็มาฉลองด้วยกันไหมหล่ะ" คาซึยะเดินนำไปที่ชิงช้ามุมหนึ่งของบ้าน  ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแล้วยกปลายเท้าแกว่งตัวช้าๆ

" ถ้าไม่รังเกียจ ก็ยินดีครับ.." ร่างสูงกรอกตาไปมารอบๆก่อนจะสะดุดที่อะไรบางอย่างจนต้องฉีกยิ้ม
" เอ้อ คาซึยะ  ผมไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี..." จากที่ยืนอยู่ห่างๆ ร่างสูงก็เดินก้าวมาอยู่ข้างๆ

" เรื่องอะไรหรอ" ร่างบางลงน้ำหนักที่ส้นเท้าเพื่อรั้งไม่ให้ชิงช้าไกวตัว พลางขยับตัวเผื่อร่างสูงจะลงมานั่ง

" เงยหน้าหน่อยได้ไหม"  ทันทีที่เงยหน้า ใบหน้าจินก็ซ้อนทับอยู่พอดิบพอดีให้หัวใจเต้น  และนอกจากนี้เขายังมองเห็นช่อมิสเซิลโทอยู่เหนือศีรษะของจินขึ้นไปอีกต่างหาก  ร่างสูงยื่นมือจับพนักพิงชิงช้าล้อมกรอบคาซึยะเอาไว้ก่อนอมยิ้มหวาน

" ท่าทางพระเจ้าคงอยากจะให้โอกาสละมั้ง"
" ถือว่าขอแก้ตัวแล้วกันนะครับ"

" ตะ..แต่.." มือเล็กเผลอดันอกกว้างของอีกฝ่าย พลางหันรีหันขวางมองหาเด็กตัวแสบที่อุตริเอาช่อมิสเทิลโทมาแขวนตรงนี้ 
" อะ..ยะ..อย่า   จิน.."  ทันทีที่รู้สึกว่าระยะห่างมันน้อยลง ปากอิ่มก็เอ่ยเสียงหวาน  จะให้จูบตรงนี้ก็เข้าแผนเด็กบ้านั่นหน่ะสิ 

" ผมถอดแว่นออกแล้ว ไม่ต้องห่วง  อีกอย่าง เราอยู่ใต้มิสเซิลโทนะคาซึยะ" ไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นเสียหน่อย เขาเถียงในใจ  แต่ครั้นมองใบหน้าของชายหนุ่มก็ต้องใจหายวาบอีกครั้ง  อาคานิชิ จิน..ถอดแว่นออกตามที่พูดจริงๆด้วย 

" ดะ ..เดี๊ยว  อื้อ!.."  จบลงที่เจ้าทุกข์ไม่สามารถประท้วงอะไรได้อีก  ชั่ววินาทีที่ริมฝีปากอุ่นแนบลงกลับริมฝีปากของตัวเอง  คาซึยะรู้สึกว่า การหายใจมันติดขัด ราวกับคนเป็นหอบ มือเล็กที่คราวแรกดันๆผลักๆช่วงอก  เลื่อนขึ้นมาดื้อผลักดันช่วงบ่ากว้างของอีกฝ่ายแทน  แต่ยิ่งถูกรุกล้ำจากสัมผัสที่อ่อนหวานเท่าไหร่  เขาก็รู้สึกว่าเนื้อตัวอ่อนแรง จากที่มือที่เคยผลักไสบ่ากว้าง ตอนนี้กลับขยำเสื้อพลางรั้งไหล่ของร่างสูงราวกับไร้ที่ยึดเหนี่ยวแทน 

สมองเขาขาวโพลน  คาซึยะไม่รู้ว่าปล่อยให้ริมฝีปากของร่างสูงครอบครองมานานเท่าไหร่แล้ว 
ไม่รู้ว่า ร่างสูงเปลี่ยนมุมจูบ พลางใช้นิ้วเกลี่ยข้างแก้มเรื่อยไปถึงสันกราม จนสอดใต้ท้ายทอยเพื่อเพิ่มความกระชับให้กับสัมผัสหวาบหวาม และอุ่นซ่านในเวลาเดียวกันแบบนี้  ตั้งแต่ตอนไหน

รู้ตัวอีกที  ก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากมุมใดมุมหนึ่ง ทำให้ต้องผละออกจากกัน และต้องนั่งหน้าแดง หายใจหอบอยู่ตรงนี้

" จูบแล้วถือว่าซื้อสัญญากันแล้วนะ"
" ว่า จะมานั่งส่งยิ้มให้ผมจากฝั่งตรงข้ามทุกวัน แล้วก็ให้ผมดูแลไปตลอดหน่ะ" คนพูดยังไม่ผละไปไหน แต่มาบังคับทำสัญญาที่เจ้าตัวได้กำไรแบบเห็นๆอยู่ข้างหน้าเขา

" รักกันเมื่อไหร่  ถึงได้มาบังคับแบบนี้"

" ถ้าชอบก็ตั้งแต่ต้น  แต่ถ้ารัก...รักกันตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ดีไหมครับ" ชายหนุ่มที่เพิ่งสวมแว่นตาเสร็จหมาดๆ ก้มกระซิบให้เขาต้องหน้าแดงก่ำอีกครั้ง  ก่อนจะโค้งตัวให้ยูยะที่ชะโงกหน้าออกจากหน้าต่าง

" แล้วพรุ่งนี้จะมาฉลองด้วยนะครับ"

" จะรอนะฮะพี่เขย" ประโยคล้อจากน้องชายคนดี(?) ทำให้คนเป็นพี่แอบเหวี่ยงค้อนใส่  พลางเงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยังคงขยับแว่นไม่เลิกรา

" แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ" เจ้าของร้านดอกไม้อมยิ้มหวาน จนเขานึกอยากจะลุกขึ้นไปทุบสักอั่ก 

คนเจ้าเล่ห์!

แต่ถ้าพระเจ้าให้โอกาสคนเจ้าเล่ห์แบบนั้น
ถ้าผมจะให้บ้าง   มันก็... ดูไม่ผิดอะไรใช่ไหมครับ?

 

ENDING. 

จบอย่างมึนๆ  ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

เผื่อคนไม่รู้จัก ช่อมิสเซิลโทนะคะ

อธิบายนิดมันเป็นช่อดอกไม้ที่มักจะประดับตามงานเทศกาลต่างๆ และเป็นประเพณีของชาวคริสต์ว่ากันว่า ใครอยู่ใต้ช่อมิสเซิลโทเนี่ยต้องจูบกับ  มันเลยผันแปรมาเป็นเหตุการณ์ตามในเรื่อง  ก็มั่วบ้าง  โม้บ้าง  ใครสนใจเพิ่มเต็มยังไงก็ลองไปเซิร์ทหาตามเว็บดูเอาเน้อ ^^

Talk : ดูเหมือนจะหายไปนานมากตั้งแต่เข้ามหาลัย(ยิ้มแห้ง) เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องแรกที่หวนกลับมาแต่ง ภาษาประหลาด อ่านงงๆหรือไม่ดียังไง ติเข้ามาได้นะจ๊ะ

edit @ 17 Feb 2009 08:01:52 by akamemaru_club