[SF] Coffee ,, Flower ,, Winter ,, Lover

posted on 17 Jan 2009 19:26 by akamemarufic  in short-fic

ฟิกขัดดอก(หัวเราะ)
ฟิกช่วงหน้าหนาว

มี 2 พาร์ทจบ
ขัดดอก Loveless ไปก่อนนะ เพราะเรากำลังแก้ไขภาษาตอนนี้กับคราวก่อนให้เข้ากันอยู่
ซึ่งมันเหลืออีกเยอะมาก = =,,, และอาจจะต้องรบกวนให้อ่านใหม่ตั้งแรกด้วย
เพราะจะมีบางจุดที่ไม่เหมือนเดิมนะจ๊ะ ^^*



Coffee ,, Flower ,, Winter ,, Lover

Rate : เด็กอนุบาล
Note : ลูกค้าร้านกาแฟ กับ ชายหนุ่มเจ้าของร้านดอกไม้ 

 

ช่วงเวลาเดิม  กับการกระทำเดิมๆ 
บางทีมันก็กลายเป็นกิจวัตรหนึ่งที่ขาดไม่ได้

เข้าช่วงหน้าหนาว  การนั่งตากลมแรงๆที่พัดอยู่ตลอดเวลา มันก็ไม่ได้ช่วยให้รู้สึกชอบสักเท่าไหร่  แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้  ที่ทำให้ตัวเขาเองต้องมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมทุกวัน  การรอคอยน้องชายตัวเล็กที่กำลังจะเลิกเรียนมันน่าเบื่อก็จริง 

แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกชอบที่จะได้นั่งทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้า  แม้ว่าจะต้องรอเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก็ตาม

' สงสัยคืนนี้คงจะตาค้างเสียหล่ะมั้ง'

แก้วกาแฟวางกระทบที่รองกระเบื้องเคลือบเสียงดังกริก  ก่อนที่คาซึยะจะยกมือขึ้นอังกับริมฝีปากเพื่อพ่นไอร้อนใส่   ท้องฟ้าที่เริ่มจะมืดลงทั้งๆที่เวลาอยู่ในช่วงต้นๆของช่วงเย็นเท่านั้น  เพราะว่าเป็นหน้าหนาว ทุกอย่างเลยดูรวดเร็ว และกระชั้นชิดไปเสียหมด
ร้านกาแฟที่ปกติจะไม่ค่อยมีคนในช่วงเย็น  แต่พอเข้าหน้าหนาว ก็มักมีผู้คนสนใจเข้ามาหลบลมหนาวแล้วรับไออุ่นจากกาแฟร้อนกลิ่นหอมหวานแทน   พนักงานที่พบเจอทุกครั้งในช่วงเวลานี้ส่งยิ้มพร้อมกับเดินมาเก็บแก้วกาแฟใบที่สามของวัน

" เข้าไปนั่งในร้านไม่ดีกว่าหรอครับ"

ยามะชิตะเอ่ยถามเขา  ชายหนุ่มรู้ชื่อของคนตรงหน้าได้จากป้ายชื่อสีทองที่สะท้อนแสงวาวน้อยๆ คาซึยะส่ายหน้าปฏิเสธไมตรีจากพนักงานร่างโปร่งอย่างนิ่มนวล  ยามะชิตะเลยจำต้องโค้งตัวแล้วถอยหลังกลับ แม้จะมีสีหน้าที่แปลกใจอยู่ก็ตามที  คงจะไม่เข้าใจว่า เขาจะนั่งทนให้ลมพัดอย่างนี้เพื่ออะไร   
แต่จริงๆแล้วคาซึยะก็มีเหตุผลเล็กๆอยู่ในความคิดของเขาเอง 

'หากเข้าไปนั่งในร้าน  ก็จะไม่ได้มองเห็นคนๆนั้น .. ที่ตอนนี้กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างในมือ' 

ภาพของร่างสูงที่นั่งอยู่หน้าร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้ามถนนทำให้ต้องลอบยิ้มเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน  การนั่งมองคนๆนั้นในอิริยาบถต่างๆเป็นเสมือนการนั่งดูสิ่งเพลิดเพลินที่ทำให้ลืมเวลา  ใบหน้าที่สวมแว่นกรอบสีดำมักจะมีรอยยิ้มอบอุ่นเวลาทอดมองบรรดาดอกไม้ในมือคู่นั้น 
หลายต่อหลายครั้ง ที่คาซึยะรู้สึกเหมือนว่า เขาจะหันมาสบตากับเขาอย่างบังเอิญจนตัวเองจำต้องเบือนหน้าไปทางอื่น 

แต่นั่นอาจจะเป็นการคิดไปเอง 

ใจจริงเขาก็อยากจะเข้าไปทำความรู้จัก แต่บางทีก็เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามยุ่งจนน่าจะเดาได้ว่าคงไม่มีเวลามาคุยเล่นกับใคร   แม้วันนี้ จะมีเวลาว่างแล้วก็จริง  แต่จะให้เริ่มต้นว่าอย่างไรดี  การหาหัวข้อเป็นจุดเริ่มต้นสนทนาสำหรับคน ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บางทีมันก็เป็นโจทย์ที่ยากสำหรับคาซึยะเอง

จะให้เดินเข้าไปแล้วบอกว่า วันนี้ไม่จัดดอกไม้หรอครับ  มันก็คงจะดูน่าตกใจสำหรับคนๆนั้น

จวบจนช่วงเวลาหนึ่งที่ลมหอบใหญ่พัดผ่านมา  กวาดเอาเศษใบไม้แห้งลอยมาตามสายลม  ทำให้กระดาษบางแผ่นที่แนบคั่นในหนังสือของคนตรงหน้าปลิว  คาซึยะสะดุ้งตัวเล็กน้อย  ปากอิ่มเผยอจะอ้าปากร้องเรียกแต่อีกฝ่ายคงรู้สึกตัว ถึงได้หันไปมองตามสิ่งที่โดยลมหอบไปเมื่อครู่ แล้วลุกขึ้นไปเก็บก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้สีเขียวตัวเดิมก่อนหน้านี้  แต่แทนที่จะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ กลับเงยหน้าขึ้น

 

'เราสบตากันหรือเปล่า?'   

 

สมองของเขาเองกำลังคิดสับสน  เพียงแค่ครู่เดียวคนๆนั้นก็หมดความสนใจแล้วกลับไปอ่านหนังสือตามเดิม   จวบจนบางสิ่งทำให้ต้องทิ้งหนังสือปกสีเลือดหมูนั้นไว้  แล้ววิ่งเข้าไปในตัวร้าน  คาซึยะคิดว่า คงมีใครสักคนโทรสั่งช่อดอกไม้ และดูท่าหนังสือที่อ่านค้างไว้เมื่อครู่ คงจะถูกลืมไปอีกสักพัก

" คาเมะจัง  กลับกันเถอะ" เสียงเล็กทึ่เรียกเขาให้หันหน้ากลับมายังฝั่งถนนของตัวเองเป็นน้องชายที่กำลังรอคอย  ใบหน้ากลมเหนือผ้าพันคอสีเทาเข้มส่งยิ้มทะเล้น  ร่างเล็กเดินหนีบกระดาษวาดรูปอันใหญ่ แต่ไม่วายซุ่มซ่ามชนกับพนักชายที่เพิ่งแสดงไมตรีให้คาซึยะเมื่อก่อนหน้านี้อย่างยามาชิตะจนยูยะต้องร้องเสียงหลง  ดีที่ชายหนุ่มเพิ่งจะยกแก้วกาแฟร้อนๆไปเสิร์ฟมาก่อนหน้านี้  ไม่เช่นนั้น ไม่ใครก็ใครจะต้องมีรอยแผลจากน้ำร้อนลวกให้ได้แสบผิวในหน้าหนาวเป็นแน่

" ซุ่มซ่ามจังยูยะ  ขอโทษทีนะครับ" ยามะชิตะส่งยิ้มพร้อมโค้งให้น้อยๆ  ผิดกับน้องชายเขาที่ทำขมวดคิ้วเข้าหากัน ทั้งๆที่เป็นฝ่ายผิดเสียเต็มประตู  แต่หลังจากตั้งสติได้สักพัก เด็กชายก็เดินตามร่างสูงเข้าไปในร้าน คาซึยะเดาเอาว่า ยูยะคงกำลังขวัญหนีถึงได้ยืนนิ่งในคราแรก 
 
หลังจากดูน้องชายเดินเข้าไปพูดกับยามะชิตะแล้ว  เขาก็ละสายตาจากในร้านออกไปยังฝั่งตรงข้ามถนนอีกครั้ง  คราวนี้สมุดปกสีเลือดหมูไม่ได้อยู่ที่เดิม  คาดว่า เจ้าของคงเดินออกมาหยิบมันกลับเข้าไปในร้านแล้ว 

แย่จริงๆ เพราะการที่ได้เห็นฝ่ายตรงข้ามในอิริยาบถอื่นนอกจากวิ่งวนจัดดอกไม้อยู่ในร้านนั่นถือว่าหายาก  น้อยครั้งที่จะได้เห็นคนๆนั้นมีเวลาว่างจนมานั่งอ่านหนังสือด้านนอกได้อย่างสบายอารมณ์แบบนั้น  น่าเสียดาย

" กลับกันเถอะฮะ" เสียงน้องชายเขาดึงสายตาให้กลับมายังฝั่งร้านกาแฟได้อีกเป็นครั้งที่สอง คาซึยะมองยูยะที่ส่งยิ้มพร้อมโบกมือให้กับชายหนุ่มที่ยืนด้านในร้าน ก่อนที่อีกฝ่ายจะยกแขนอย่างเก้ๆกังๆแล้วโบกมือกลับ   พลางลอบคิดกับตัวเอง  เด็กๆช่างมีการเข้าหาอีกฝ่ายได้อย่างไม่เก้อเขินเลย  กรณีก็อย่างน้องเขาเป็นต้น  หรือจำต้องมีเหตุการณ์ ไม่ก็อุบัติเหตุเล็กๆมาช่วยเสริมกันแน่ก็ไม่รู้

บางที  เขาอาจจะทำเป็นหลงทางอยู่หน้าร้านดอกไม้จะดีไหมนะ

แค่คิดก็อดที่จะขำไม่ได้.. มันคงจะตลกที่ผู้ชายอย่างเขาจะหาวิธีทำอะไรแบบแปลกๆ
เพียงเพื่ออยากจะรู้จักผู้ชายท่าทางอบอุ่นที่ทำงานอยู่ในร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้ามนั่น

.
.

วันนี้อากาศอบอุ่นกว่าวันอื่นๆในรอบสัปดาห์ 

แถมน้องชายเขาสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า จะพยายามเผางานให้ทันเพื่อจะได้ไม่ต้องให้เขามานั่งรอ  แม้ว่าในใจคาซึยะจะพร่ำเถียงว่า จริงๆเขาก็ไม่ได้ลำบากในการรอเสียหน่อย 
แต่ในเมื่อวันนี้อากาศอุ่นเป็นพิเศษแล้ว  คาซึยะเลยถือโอกาสให้รางวัลกับตัวเองด้วยการเดินไปยังร้านกาแฟที่ประจำ  ซึ่งระยะทางมันยังอยู่ในช่วงที่พอเดินไปได้เรื่อยๆ  อีกไม่กี่วันจะเข้าใกล้เทศกาลเข้ามาทุกที  เขามองเห็นสายรุ้งและดวงไฟตามร้านรวงต่างๆ  ไม่เว้นแม้กระทั่งร้านดอกไม้ร้านนั้น  เพราะเมื่อวานเขาสังเกตุเห็นแสงไฟกระพริบสว่างกระทบหน้าต่าง 

นับตั้งแต่วันนั้น  คนๆนั้นก็ไม่ออกมานั่งที่เก้าอี้ตัวสีเขียวนั้นอีกเลย  ใกล้ช่วงเทศกาล  งานที่ร้านคงจะหนักขึ้นเป็นเท่าตัว  แต่ก็ไม่มีสักครั้ง  ที่เขาจะสังเกตุเห็นความไม่พอใจบนใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม 

ลมเย็นๆพัดมาอีกครั้ง  คาซึยะจำต้องกระชับผ้าพันคอสีหวานผืนนิ่มให้กระชับ  ก่อนจะทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ตัวเดิม  ยามาชิตะเดินเข้ามาหาเขาตามปกติ  วันนี้ชายหนุ่มดูมีความสุขกับอะไรบางอย่าง  ไม่แน่อาจจะมีนัดกับคนรักไปเดินเที่ยวหลังเลิกงานก็เป็นได้  
ร่างสูงโปร่งเอ่ยทวนเมนูที่เขาสั่งเหมือนทุกวันอย่างขึ้นใจ  ก่อนจะมอบรอยยิ้มหวานให้้เป็นของกำนัลแก่ลูกค้าแล้วเดินกลับเข้าไปในตัวร้าน  แล้วคาซึยะก็ปล่อยสายตาไปยังจุดๆเดิม  หญิงสาวกลุ่มหนึ่งเพิ่งเดินออกมาพร้อมช่อดอกไม้ดอกใหญ่ในมือ  รอยยิ้มจากคนที่ถือบ่งบอกว่าเธอคงพอใจกับมันไม่น้อย  แต่ประตูร้านก็เปิดออกพร้อมร่างสูงที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมา 


แน่นอนว่า คาซึยะสนใจ


เขาคนนั้นที่เหมือนจะเรียกลูกค้ากลุ่มเมื่อครู่พร้อมกับยื่นอะไรบางอย่างให้  ซึ่งทางฝ่ายนั้นก็มีคนทำท่าประหลาดใจระคนดีใจแล้วรับของในมือก่อนโค้งให้อีกสองสามครั้ง  แล้วเดินจากไปโดยที่ชายร่างสูงยังยืนอยู่ที่เดิม  คาซึยะยังคงจ้องมองรอยยิ้มนั่นต่อไป  แม้ว่าจะมีพนักงานคนเดิมมาเสิร์ฟกาแฟที่สั่งไว้แล้วก็ตามที


ร่างสูงหันกลับมาอีกแล้ว  และไม่หันเลยเขาไปแต่กลับมองสวนมา


คาซึยะทำอะไรไม่ถูก 
เขาควรจะยิ้มดีหรือเบือนสายตาหนีอย่างที่เคยทำดี 
การลังเลแต่ดวงตายังคงจ้องใบหน้าที่อมยิ้มอีกครั้งทำให้ลังเลหนักกว่าเก่า


ยิ้ม?  
ยิ้มให้ตัวเขาด้วย...งั้นหรือ?
 


แม้จะรู้ว่าควรจะส่งยิ้มกลับแต่มันก็ช้าเกินไป  เพราะชายหนุ่มมัวแต่ปล่อยให้จิตใจจมอยู่กับความคิดจนลืมปฏิกิริยาตอบกลับทางธรรมชาติ  กระทั่งคนๆนั้นเดินเข้าไปในร้านโดยที่คาซึยะได้แต่ฉีกยิ้มเก้อๆ ก่อนจะรีบยกแก้วกาแฟมาดื่มแก้เขิน    อย่างน้อยวันนี้  ก็ยังมีอะไรคืบหน้า   เขาเฝ้าบอกกับตัวเอง

ยูยะมาเร็วกว่าเวลาอย่างที่ได้บอกเอาไว้  แต่เด็กชายกลับไม่ชวนเขากลับบ้านอย่างทุกที  ร่างเล็กๆทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ข้างเขาพลางหันมองไปมองมา ราวกับมองหาใคร

" เป็นอะไรหรอ"

" พีจัง อ่า..หมายถึงยามะพีที่เป็นพนักงานในร้านนี้เนี่ย ไปไหนหรอฮะ" คำตอบจากน้องชายทำให้เขาขมวดคิ้ว  คาซึยะอดแปลกใจไม่ได้ที่จู่ๆ ยูยะเรียกชื่อเล่นชายหนุ่มพนักงานเสิร์ฟอย่างสนิทใจ ภายในเวลาไม่กี่วัน ในขณะที่เขา..ยังไม่รู้ชื่อของคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นเลย 

" อา.. ไม่รู้สิ" ทันทีที่เขาตอบ  ร่างสูงที่คุ้นตาก็ออกมาจากหลังร้านในชุดลำลองธรรมดา  ยูยะส่งเสียงเรียกให้อีกฝ่ายหันมาเห็นก่อนที่เด็กหนุ่มจะเดินมานั่งที่เก้าอี้อีกตัวที่อยู่ใกล้กัน

ระดับความสัมพันธ์ของสองคนที่อยู่ใกล้ๆเขาไปเร็วจนตามไม่ทัน  แม้คาซึยะจะแปลความหมายของรอยยิ้มหวานบนใบหน้ายามาพีหรือพีจังไม่ออก  แต่เขาก็พอจะจับได้ว่ารอยยิ้มกับเสียงเจื้อยแจ้วของยูยะดูมีความสุขขนาดไหน 

จนเวลาที่ควรลากัน  ในมือยามะพีก็มีหนังสือกับซีดีเพลงที่เขาเห็นว่าเป็นของโปรดของยูยะอยู่กับตัว  และหนังสือเล่มบางๆกับซีดี 2-3 แผ่นที่ไม่คุ้นตาก็ตกมาอยู่ในมือของน้องชายเขา

ก่อนกลับบ้าน คาซึยะไม่ลืมที่จะทอดสายตามองเข้าไปหาเขาคนนั้นอีกครั้ง   ใบหน้าที่มีแว่นสีดำประดับอยู่ยังคงง่วนกับการทำงานในร้านอย่างรีบเร่ง  ตัวเขาได้แต่มองรอยยิ้มบางๆที่เกิดขึ้นจากอีกฝ่ายแล้วอมยิ้มให้กับตัวเอง  ก่อนที่จะโดนน้องชายตัวดีลากออกเดิน  
ยูยะพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงกึ่งดีใจ  เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันหยุด  ปกติงานที่มหาลัยของเด็กชายมักจะยุ่งและไม่ค่อยมีวันหยุดเหมือนคนอื่น  เพราะปกติเสาร์-อาทิตย์  เจ้าตัวยังคงต้องไปเรียน  แต่พรุ่งนี้ไม่ต้องแล้ว  นั่นแสดงว่า 

เขาไม่ต้องไปนั่งรอที่ร้าน  
และพรุ่งนี้  คาซึยะจะไม่ได้พบเขาคนนั้น

.
.

ในปกติ ของทุกวัน มักจะมีงานเข้ามาที่ร้านอยู่เสมอ  และเขากำลังพยายามทำให้เสร็จ  เพื่อจะได้ออกไปนั่งอ่านหนังสือตรงเก้าอี้นั้นอีก  แต่ในช่วงวันใกล้ๆเทศกาล ชายหนุ่มกลับไม่มีเวลาว่างอย่างช่วยไม่ได้  ใกล้เวลาเย็นเข้ามาอีกแล้ว  เขาคนนั้นมักจะมาในเวลาเดิมเสมอ   เมื่อวานจินเห็นชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อโดนกระแสลมพัด  แม้ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงไม่เข้าไปนั่งในร้านแบบคนอื่น  แต่ลึกๆกลับนึกดีใจที่จะได้มองดูอีกฝ่ายเป็นระยะ 

จริงๆก็อดห่วงไม่ได้  เพราะทุกวันคนๆนั้นมักจะสั่งกาแฟ 2-3 แก้ว ตลอดช่วงเย็นที่มานั่งที่ตรงนั้น  แต่เขาเป็นใครกัน  ที่จะไปบอกเจ้าตัวให้หยุดทำในสิ่งที่เคยชิน

เมื่อวานตอนที่ต้องออกมาคืนของที่ลูกค้าลืมไว้  จินรู้ตัวว่ากำลังถุกมองอยู่  ภายในความรู้สึกของเขาสั่งให้ตัวเองหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มร่างบาง  ถึงแม้จะรวบรวมความกล้าเกือบนาทีก็ตาม 

แต่สีหน้าเขาคนนั้นดูตกใจระคนแปลกใจ  

เขาคงทำพลาดไป   ไม่แน่ตอนนี้คนร่างบางอาจะกำลังจะนึกว่าตัวเขาเป็นคนแปลกๆก็ได้ 
จินทำอะไรไม่ถูก เลยจำต้องเดินกลับเข้าร้าน  โดยที่ร่างบางก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม  แล้วดื่มกาแฟแก้วเดิม  
เขาไม่กล้าคิดจะทำอะไรนอกจากนี้  เพราะกลัวว่าคนๆนั้นจะหวั่นวิตกที่เหมือนกำลังโดนคุมคามจากคนแปลกหน้าอย่างเขา ฉะนั้นก็ทำได้แค่มองดูอยู่ในร้านเหมือนเดิม   

เดซี่กลุ่มเล็กๆ อยู่ในมือแล้วกำลังถูกใส่ในช่อดอกไม้   ช่อดอกไม้ดอกนี้เป็นเสมือนคำอวยพรจากเขา  ทุกครั้งที่บรรจงเลือกดอกไม้  แน่นอนว่าชายหนุ่มมักจะคำนึงถึงความหมายของมันเสมอ  สำหรับคนๆนั้น ควรคู่กับอะไรดี ..

เปปเปอร์มิ้นท์  อ่านจะเป็นเปปเปอรมิ้นท์ก็ได้  เพราะร่างบางกำลังทำให้เขารู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด  

ใกล้เวลาเดิมไปทุกที  วันนี้งานของจินดูท่าจะเสร็จเร็ว  อย่างๆน้อย มันก็น่าจะเร็วทันเวลาก่อนที่ลูกค้าประจำของร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามจะกลับไป  นาฬิกาส่งเสียงบอกเวลาอีกครั้ง  เขาเหลือบตามองไปที่ฝั่งตรงข้าม  ในยังตำแหน่งเดิม   ภาพเก้าอี้ว่างๆปราศจากคนนั้งปรากฎให้เขาเห็น   มีสี่หรือห้าครั้งที่ชายหนุ่มร่างบางจะมาช้ากว่าปกติ   จินเห็นพนักงานเสิร์ฟคนเดิมที่มักจะมาเสิร์ฟกาแฟด้านนอกยืนพิงกรอบร้านอย่างเซ็งๆ 

ร่างสูงโปร่งจะเป็นแบบเขาเหมือนกันหรือเปล่า  
กำลังรอให้ลูกค้าประจำมาเหมือนกันอย่างนั้นใช่ไหม 

ช่อดอกไม้ดอกสุดท้ายกำลังจะเสร็จ  เหลือเพียงติดการ์ดเล็กๆ  และรอให้ลูกค้ามารับเท่านั้น   จินปรายมองไปยังฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง  ร่างบางยังไม่มา  นับว่าเป็นครั้งแรกที่คนๆนั้นมาช้ากว่าวันไหนๆ  จินหยิบหนังสือปกสีเลือดหมูเล่มเดิม แล้วเดินออกไปนั่งที่เก้าอี้สีเขียวตัวเดิมด้านนอก   ใจจริงชายหนุ่มก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมเขาต้องออกมานั่งให้ลมพัดใส่เล่นๆ 

คำตอบเดียวที่มีให้กับตัวเองคือ  เขาอยากเห็นฝ่ายตรงข้ามใกล้กว่าเดิม 
อยากสมมุติให้ระยะห่างของเขากับคนๆนั้นเป็นระยะห่างใกล้ๆ ไม่ใช่ถนนคั่น  แต่เป็นซอยเล็กๆแทน

เวลาผ่านไปเท่าไหร่ ชายหนุ่มไม่อาจรู้  แต่ตอนนี้ เขาก็ยังไม่เห็นวี่แววของชายหนุ่มคนเดิม   คนๆนั้นหายไปไหนกัน  เขาก็ไม่อาจจะรู้ได้  สิ่งที่ทำต่อไปคือนั่งอยู่ที่เดิม กับอ่านหนังสือเล่มเดิม  จนแล้วจนรอด  ดวงอาทิตย์ตกขอบฟ้าไปนานแล้ว  ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามเริ่มเปิดไฟสีสันแปลกตา เพราะเข้าช่วงเทศกาล  ก็ยังไม่เห็นวี่แวว

วันนี้อาจจะไม่มา  จินค่อนข้างจะแน่ใจแล้ว
หรือว่าจะไม่สบายกัน   ร่างบางอาจจะป่วยอย่างนั้นหรือเปล่า

แต่ความห่วงใยของเขาจะถูกส่งไปหาได้อย่างไร   ในเมื่อชื่อ  เขาก็ยังไม่รู้

จินได้แต่นั่งมองเก้าอี้ที่ว่างเปล่า   เขาเห็นเด็กเสิร์ฟคนเดิมเปลี่ยนชุดลำลองแล้วเดินออกจากร้าน  หมดกะของเด็กคนนั้นแล้ว  เขาเองก็ควรจะไปเสียที  แม้คิดอย่างนั้น แต่ใจหนึ่งก็อยากจะยื้อเวลาไว้ก่อน  บางทีร่างบางอาจจะมาช้า 

การทำใจให้เชื่อว่า วันนี้จะไม่ได้พบกันมันทำให้รู้สึกแปลกๆ

แต่คนๆนั้นก็ไม่มา     นั่นคือความจริงที่จินยอมรับในที่สุด

.
.

อีกสองวันจะถึงเทศกาลคริตมาส  ยูยะบ่นกับเขาว่าขนาดคริตมาสยังต้องไปเรียน  แต่เขารู้ว่าน้องชายไม่ได้เดือนร้อนอะไรตามที่ปากพูดนัก  วันนี้คนตัวเล็กดึงคาซึยะข้ามฝั่งถนนมายังด้านที่เขามองข้ามไปทุกวัน  เขานึกดีใจว่า  บางทีอาจะได้เห็นชายหนุ่มร้านดอกไม้ในระยะใกล้เมื่อเดินผ่าน  เพราะจุดหมายของน้องชายคือร้านขายของขวัญที่อยู่บล็อคถัดไปอีกร้านหนึ่ง  แต่โชคคงไม่เข้าข้างเพราะคาซึยะเห็นป้ายที่แขวนอยู่หน้าร้าน ประกอบกับไฟที่มืดสนิท 

คนๆนั้นไม่อยู่..

บางทีอาจะออกไปซื้อของหรือส่งดอกไม้ให้ลูกค้า 
หรือถ้าคิดไปอีกอย่าง อาจจะป่วย

จวบจนที่แยกจากน้องชาย คาซึยะเดินย้อนกลับไปอีกครั้ง  เดินผ่านถังอลูมิเนียมที่ใส่ดอกไม้สีสด  โรสแมรี่กลุ่มนั้นสีสวยเสียจนอดใจไม่ได้ ต้องก้มลงไปสัมผัส

"การเข้ามาในชีวิตผมของคุณ ทำให้ผมมีชีวิตชีวา"

เสียงทุ้มที่คาซึยะคิดว่าไม่คุ้นเคยทำให้ต้องสะดุ้ง  อารามรีบร้อนทำให้การทรงตัวเซเล็กน้อยแต่ก็ยืนได้มั่นคงในเวลาทันท่วงที  ทันทีที่หันกลับไปก็เห็นถึงแววตาอ่อนโยนคู่หนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังแว่นกรอบสีดำ คนร่างสูงยืนส่งยิ้มในขณะที่สมองของตัวเขากำลังขาวโพลน  คาซึยะค่อยๆลากเอาจิตใจที่กระจัดกระจายกลับมาจากทิศต่างๆ และส่งเสียงออกไปด้วยความไม่เข้าใจ

" ครับ?"
" เออ.. ผมหมายถึง โรสแมรี่" ร่างสูงดูตื่นตระหนกเล็กน้อย  ก่อนจะตอบคำถาม   มันดูน่ารักดีที่ตัวเขาเองได้เห็นรอยยิ้มเขินๆจากอีกฝ่าย มือเจ้าของร้านดอกไม้ขยับแว่นช้าๆก่อนจะเอามือทิ้งลงข้างตัวเช่นเดิม
" ออ.." คาซึยะไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี  และไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดอะไรต่อ  เขายืนนิ่งมองคนร่างสูงในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็มองเขาตอบ  ไม่มีคำพูดอะไรเกิดขึ้น  แต่คาซึยะกับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด 
" ผม.."  คนตรงหน้าดูเหมือนว่าอยากจะพูดอะไรบางอย่าง  คาซึยะได้แต่เลิ่กคิ้วและรอให้ชายหนุ่มตรงหน้าพูดต่อ  แต่จนแล้วจนรอดก็กลับไม่พูดอะไร และหันไปสนใจกับโรสแมรี่ตรงหน้าแทน

ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที  มันช่างดูยาวนาน คาซึยะคิดว่าตัวเองควรกลับไปที่ร้านและนั่งกินกาแฟ  ก่อนจะนำสายตามองกลับไปยังอีกฝากหนึ่งของถนน  ซึ่งมันก็แปลกตาดีเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นตำแหน่งที่นั่งของตัวเองแบบมุมอื่น   เขาตัดสินใจมองคนที่นั่งจับดอกไม้อีกครั้งก่อนจะเดินแยกออกมา ดูท่าสมองของคาซึยะคงจะช้า  หรือต้องผิดปกติ  เพราะตัวเขาไม่อาจจะสรรหาประโยคสนทนาอะไรมารั้งเวลาที่กำลังเดินต่อไปได้

แต่ทันทีที่กลับมานั่งในที่เดิม  กลับมีเรื่องอยากจะถามเยอะแยะไปหมด  

ช่วงนี้คนสั่งดอกไม้เยอะรึเปล่า?
วันนี้คุณไม่จัดดอกไม้หรอ?

แต่ก็พลาดโอกาสไปเสียแล้ว  คาซึยะทำโอกาสที่มีเพียงน้อยนิดหลุดลอยออกไป  ตอนนี้ก็ได้แต่เฝ้ามองร่างสูงเดินเข้าไปในร้าน แล้วลงมือกับดอกไม้เช่นเคย  แต่คนๆนั้นเป็นอย่างที่เขาคิดและนอกเหนือกว่านั้นนิดหน่อย  น้ำเสียงทุ้มๆนั้น แม้จะไม่ตรงกับที่คิดไว้  แต่คาซึยะกลับชอบมันตั้งแต่ได้ยินครั้งแรก

ในใจคิดว่า  อยากจะได้ยินอีก  แต่ทำอย่างไรดี

.
.

ลูกค้าร้านกาแฟเดินกลับไปแล้ว   ท่าทางเขาคงเป็นผู้ชายที่ซื้อบื้อก็เป็นไปได้ที่ทำให้อีกฝ่ายยืนรอสิ่งที่เขาอยากจะพูดแต่มันก็ทำไม่ได้ 

เพียงแค่อยากจะพูดว่า 'ผมคิดว่าคุณเหมาะกับเปปเปอร์มิ้นท์' จู่ๆมันก็พูดไม่ออก 
ไหนจะทำให้ตกใจในตอนแรกเสียอีก ไม่ได้เรื่องจริงๆ  เขาคนนั้นคงตกใจที่จู่ๆไปพูดอะไรแปลกๆถึงได้ทำหน้าไม่เข้าใจกลับมา 
หากจะคิดว่า เขาเป็นคนประหลาดๆ ร่างบางคงไม่ผิด  ถ้าไม่เอ่ยแก้ตัวว่า มันเป็นความหมายของโรสแมรี่  ตัวเขาอาจจะถูกมองว่าเป็นไอ้วายร้ายที่จู่ๆก็พูดจาไม่ดีใส่เจ้าตัวตั้งแต่แรกพบ

จินยอมรับว่าไม่กล้าพูดอะไรต่อ  ทั้งที่อยากจะถามว่า เมื่อวานทำไมถึงไม่มา คิดว่าจะไม่สบายเสียอีก  แต่เห็นท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว  คงอาจจะไม่ค่อยอยากคุยด้วยเท่าไหร่  ถ้าจู่ๆไปถามถึงเรื่องส่วนตัวแบบนั้น
ชายหนุ่มเดินกลับเข้าร้านและเริ่มลงมือกับงานที่เข้ามา  วันนี้อาจจะเป็นวันดีๆ  เขาคิดว่าถ้างานเสร็จเร็ว เขาจะลองไปข้ามถนนไปนั่งดื่มกาแฟที่ฝั่งนั้นบ้าง

ร่างสูงหยิบดอกกุหลาบแดงสีสดจัดเป็นช่อ  ลูกค้าบอกว่าจะมอบให้คนรักในวันนี้  เขาเลยแอบแซมไอวี่สีเขียวเข้าไปด้วย  ทันทีที่เขียนการ์ดเสร็จ  งานใหม่ก็เข้ามา  ชายหนุ่มแทบจะไม่ได้หยุดการเลือกดอกลิลลี่ในมือเลย  แต่เพียงช่วง

นึง เขาก็ทอดมองออกไปนอกร้าน   ร่างบางยังนั่งอยู่ที่เดิมกับหนังสือเล่มเล็กๆ  ที่เหมือนกับของเขาที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน จะคิดไปเองได้ไหมว่า เรามีรสนิยมเดียวกัน
จินอมยิ้ม.. ก่อนวาดสิ่งที่จะทำต่อไปอย่าคราวๆ

คอยดูเถอะ  ตอนที่เขาออกไปซื้อกาแฟหลังจากเสร็จงาน
เขาจะทำเป็นส่งยิ้มให้คนๆนั้น  แล้วก็ทักถึงเรื่องหนังสือที่ร่างบางอ่านอยู่

บางทีการที่มีอะไรบางอย่างเหมือนกัน อาจจะทำให้เขาคิดเรื่องที่จะพูดคุยได้มากขึ้น

ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ่มอีกครั้ง  งานของเขาก็ใกล้จะเสร็จ  เพียงแค่ผูกริบบิ้นสีทองกับช่อทานตะวัน งานของเขาก็จะเสร็จ   แม้ว่าจะไม่รู้ว่ามีงานใหม่แบบเร่งด่วนเข้ามาหรือเปล่าก็ตามที 
ตอนนี้ตัวเขารู้สึกใจหายวาบ และตื่นเต้น  ช่อทานตะวันเสร็จสมบูรณ์แล้วในมือ  เขาจะเดินออกไปพร้อมช่อดอกไม้แล้วเดินข้ามฝั่งถนนไปส่งที่ร้านกาแฟนร้านนั้น  แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่ลูกค้าบอกจะรออยู่ที่นั่น  เขา

จินทบทวนแผนการณ์ไว้ในหัวอย่างคร่าวๆ  ชายหนุ่มเก็บสัมภาระและหยิบช่อดอกไม้ออกมา  พร้อมกับไม่ลืมที่จะจับป้ายที่อยู่หน้าร้านให้กลับด้าน 
พอส่งของให้ลูกค้าเสร็จ ก็หันกลับมาที่เก้าอี้ตรงนั้น

คนๆนั้นยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น  แต่ผิดแผนที่มีเด็กหนุ่มตัวเล็กขยับมานั่งด้วย

เอาเป็นว่าแผนที่วางไว้ของเขาเป็นอันต้องพับไป  แต่คนๆนั้น  ไม่สิ  คาเมะจัง... จินได้ยินเด็กหนุ่มที่มาใหม่เรียกร่างบางว่าอย่างนั้น  
ก็นับว่า ยังไม่แย่เท่าไหร่  เพราะอย่างน้อย  เขาก็รู้จักชื่อแล้ว

เอาไว้พรุ่งนี้  ค่อยมาเริ่มต้นกันใหม่  
เขาคิดไว้อย่างนั้น  ในขณะที่ซื้อกาแฟมานั่งที่โต๊ะซึ่งอยู่ด้่านหลังของร่างบาง   ห่างกันเพียงแค่กระจกกั้น

เสียงพูดคุยจากข้างนอกยังคงไม่หยุด  แต่จู่ๆร่างบางก็เหมือนจะพยายามหันหลัง  เขาคิดว่า คาเมะจังอาจจะรู้สึกตัวว่ามีใครมองอยู่  แต่ก็ไม่ยักกะหันมา  จวบจนร่างบางและน้องชาย(ที่จินคิดว่าอย่างนั้น)เดินจากไป  เขาก็วางกาแฟถ้วยที่สองลง

เพราะกาแฟมันหอมและหวานแบบนี้นี่เอง ถึงได้มากินเป็นประจำ
แต่ว่า ท่าทางคืนนี้ เขาคงจะตาค้างแน่ๆ


End Part 1 .

ฟิกอะไร(วะ)  ถ้าจะจับได้ถึงความเรื่อยๆเฉื่อยๆได้ แสดงว่า ตรงคอนเซ็ปต์  บางทีการอ้าปากพูดคุยกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนี่มันก็ยากนะ(สำหรับตัวไรเตอร์เองก็ด้วย) 
เอาเป็นว่า พาร์ทหน้าตอนจบ  มาลุ้นว่า ทั้งสองคนจะได้มานั่งจับเข่าคุยกันแบบสนิทสนมกันรึเปล่าดีไหม

ปล. Loveless ตอนแรกฉบับปรับปรุงกำลังจะตามมา ซึ่งเราอาจจะต้องลบของเก่าออกนะจ๊ะ ^^

 

edit @ 19 Jan 2009 00:56:21 by akamemaru_club

edit @ 17 Feb 2009 07:57:37 by akamemaru_club

edit @ 8 Dec 2009 02:56:09 by Ami

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ้ากกกกกกกกกกกก

ดีใจมากมายอ่า

ที่ตัวเองมาลงฟิค

ยังไม่ได้อ่านเลย เด๋ววันศุกร์จะกลับมาเม้นให้นะคะ

ตอนนี้ต้องทำงานก่อน

จะรอเรื่องเลิฟเลสด้วย จุ๊ฟๆๆ

คิดถึงฟิคตัวเองจังเลย สู้ๆนะคะ

#1 By reichi/katsu (58.9.204.157) on 2009-01-18 18:39

มันเป็นหนุ่มขี้อาย 2 คนแอบดูกันหรอวะ? 55555

ถ้าไม่ได้บรรยายถึงมุมอีจิน กูว่า แมร่มเป็นผู้ชายที่อบอุ่นและดูมีมาดมากกกกกกกกกก
แต่พอบรรยายปั๊บ แบบว่า อ่าวเมิง ที่แท้ก็แอบชอบน้องเต่าฝั่งตรงข้าม ชะๆ

พอมีคนมาขัด แม่งก็ป็อดแล้วอาคานิชี๊!!!!!!
ขัดใจ!!!

แต่ไอ่น้องยูยะ ไหงมันเร็วปรี๊ดปร๊าดขนาดน้านนน
สักพักแลกเพลงฟังกันละ พี่คาเมะยังไม่ทันเตรียมใจจะมีน้องเขยเลยนะเว่ยเฮ้ย

แต่จะมีคิสกันให้กูได้ลุ้นไหมเนี่ย แค่ชื่อแม่งยังไม่รู้เล๊ยยยยย

ปล.แต่งฟิกบิ๊กแบงให้กูอ่านที่เถอะ พรี๊สสสสสสสสส อีจีแร่ดไม่ไหวแล้วววววววว
กูจะเอาๆๆๆๆๆๆๆ จีเคะ~

#2 By หะมึก (•ิv•ั ) on 2009-01-23 05:08

เข้าใจความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันนะ
บางทีเจอคนที่อยากคุยด้วยแทบตาย....
เจอกันจะๆจริงๆดันพูดไม่ออกซะอย่างนั้น
แห้วจริงๆเลย~

#3 By chi-ne (58.8.29.146) on 2009-01-24 16:27

อื้มมมม

เข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลย55

เพราะตอนนี้เราก็เป็นอยู่ โหะๆๆๆ

ก็มันไม่กล้าพูดนี่เนอะ เขินอ่า55

มาต่อไวๆนะคะ เอาไปลงในมิดไนท์ด้วยซิคะ

คนอ่านจะได้รู้ว่าตัวเองกลับมาต่อฟิคแล้ว สู้ๆนะคะ

#4 By reichi/katsu (58.9.200.248) on 2009-01-25 10:42

ดีใจจังรอมานาน นึกว่าจะไม่มีมาให้ได้อ่านกันแล้ว
สมกับการรอคอยจริงๆนะ
เรื่องนี้น่ารักดีอ่ะ ชอบๆ
อยากรู้จังว่าจะได้คุยกันเมื่อไร
แล้วใครจะพูดก่อน
เป็รเรื่งที่เรื่อยๆ อ่านแล้วสบายๆดี
แต่น่าติดตาม จินกับเมะที่เป็นแบบนี้น่ารักมาก
ไงก็รีบๆมาต่อนะ จะรอค่า.........double wink

#5 By kokoro_my_mine (125.24.168.148) on 2009-01-26 18:18

อ่านแล้วอุ่นเหมือนกำลังจิบกาแฟอยู่เลย
น่ารักจัง
ขอบคุณที่แต่งเรื่องดี ๆ ให้อ่านนะคะ

#6 By Masuda (124.121.104.29) on 2009-01-28 20:00

ค้างทั้งคู่
กินกันเป็นนิจ
ยิ่งเมะจังแล้ว
เยอะนะเนี่ย
หุหุหุ

แล้วมองกันไปมองกันมา
แบบนี้จะได้รู่จักกันมั้ย
แต่ก็นะ
คนมันเขินนน
หุหุหุ
บุกกกเลยยยconfused smile

#7 By MU* (118.174.95.192) on 2009-02-17 19:40

มองกันอยู่นั่นแหละ
กล้าๆกันหน่อย รุกเข้าไปคุยเลย
เคยได้ยินป่าวด้านได้อายอดอ่ะ
อยากรู้จักก็เดินหน้าหน่อยจิน เราเป็นผู้ชายจะไปจีบหญิง ต้องรุกเท่านั้น ฮ่าๆ

#8 By buagie (58.9.40.212) on 2009-02-18 01:58

หวานมากๆๆๆๆเลยค่ะ

อ่านแล้วอมยิ้มไปด้วย

เดี๋ยวขออ่านอีกพาร์ท

แล้วจะมาตอบอีกครั้งนะคะ

ูู

#9 By eimy (202.28.181.11) on 2009-03-04 11:26