loveless 14
posted on 18 May 2007 20:29 by akamemarufic in fic-loveless*~ :/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/: Loveless :/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/:/: ~* part 14
" ไอ้คิ...ที่ไหนก็ไม่อยู่ ติดต่อคาเมะไม่ได้เกิน 2 ชม. แล้วนะ แจ้งตำรวจดีไหมวะ" ร่างสูงที่เดินกระวนกระวายใจในบ้านหลังโตของตระกูลคาเมะนาชิเอ่ยขึ้นอย่างทนไม่ได้
" แจ้งไม่ได้หรอก เพราะคาเมะยังหายไม่ครบ 24 ชม. " เสียงโชที่นั่งทำหน้าเครียดตรงโซฟาตัวในเอ่ยขึ้นช้าๆ " ตอนนี้...ก็ต้องรอคนของพี่โทรมานั่นแหล่ะนะ"
" ผมรอจนทนไม่ไหวแล้วนะพี่โช เราทำได้แค่นี้เองงั้นหรอครับ!" เสียงที่ดังขึ้นจากยูอิจิทำให้โคคิต้องลุกขึ้นมาปรามเพื่อน
" เอาหน่าไอ่ยู...งั้น ลองโทรเข้ามือถือคาเมะอีกทีเอาไหม" โคคิยื่นโทรศัพท์ขอตัวเองให้ ร่างสูงมองสบตาเพื่อนซี้ก่อนถอนหายใจเบาๆพร้อมคว้าของในมือ
" หวังว่า...คราวนี้จะมีคนรับนะ" จะเป็นหมูหมาที่ไหนก็ได้....ช่วยรับโทรศัพท์ทีเถอะ
.
.
เสียงอื้ออึงจากผู้เห็นเหตุการณ์ดังขึ้น ต่างคนต่างก็ยืนล้อมซากรถอย่างตื่นเต้นพร้อมพากันวิจารณ์ต่างๆนานา พลางจ้องมองทะลุหาผู้บาดเจ็บ....แต่ก็ไม่พบใคร เสียงโหวกแหวกจากกลุ่มที่มาจากด้านหลัง ทำเอาคนมุงขยับเปิดทางให้ผู้มาใหม่ได้เข้าไปยังซากรถได้ง่าย
" คาเมะ!...คาเมะ!" เสียงยูอิจิที่ปรี่เข้าไปยังประตูคนขับเป็นคนแรก พยายามเสาะหาร่างคุ้นหน้าที่อาจจะติดอยู่ในรถ " คาเมะไปไหนหล่ะ!!!!" คำถามที่ตะโกนออกมาหวังจะถามผู้คนที่ยืนล้อมอยู่
" ยูอิจิคุง โคคิคุง" เสียงเรียกจากเสียงที่คุ้นเคยดี ทำให้เจ้าของชื่อที่หันควับ ก่อนจะฉีกยิ้มราวกับดีใจสุดขีด
" ริสะ!!!" โคคิรีบดอดเข้าไปหาหญิงสาวที่ฝ่าเดินมายังพวกเขา ริสะรีบเดินกึ่งวิ่งพร้อมยื่นโทรศัพท์ในมือให้
" โทรศัพท์คามะจัง พอดีฉันเห็นมีใครทำท่าจะขโมยมันอยู่ แต่ว่า....ไม่มีใครเห็นคาเมะจังเลยนะ ฉันลองถามมาแล้ว" คำตอบที่ยูอิจิรอฟังออกมาจากปากหญิงสาว หากว่า...ริสะไม่เป็นคนรับโทรศัพท์ พวกเขาก็คงไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคาเมะบ้าง แต่ตอนนี้...เจ้าตัวกลับหายไปไหนอีกก็ไม่รู้
" ไม่มีใครเห็นเลยหรอ" เสียงโคคิเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ สภาพรถขนาดนั้น...แล้วคนขับหล่ะ จะเป็นอย่างไร
" ไม่มี....คนที่มาเจอบอกว่า บอกมา...ก็เจอแต่รถ ไม่เจอคนแล้ว"
" ......." ยูอิจิที่ไม่คิดจะทนยืนฟังต่อ รีบวิ่งไปยังรถโดยมีโคคิและริสะ วิ่งตามอย่างกระชั้นชิด ร่างสูงกระชากประตูด้านคนขับก่อนจะรอให้คนทั้งหมดขึ้นรถ พร้อมกับเหยียบคันเร่งและขยับเกียร์ในมือ บ่งบอกถึงความรีบร้อน..จนโคคิต้องรีบคว้าเข็มขัดมาคาด
" ไอ่ยูขับช้าๆหน่อยก็ได้ แกอยากจะให้รถเป็นเศษกระป๋องเหมือนรถคาเมะหรือไงว๊ะ"
" นั่นสิยูอิจิคุง....ใจเย็นๆหน่อยเถอะค่ะ อย่างน้อย...เราก็ยังมีหวังว่า คาเมะจังอาจจะถูกใครพาไปส่งโรงพยาบาลแล้วก็ได้" เสียงริสะเหมือนจะกระตุ้นประสาทร่างสูงให้คิดตาม แรงที่เหยียบคันเร่งผ่อนลงเล็กน้อย..ก่อนะจขับตามปกติ " ...ยังไงก็...ขอให้คาเมะจังอยู่ที่โรงพยาบาลไหนซักที" เสียงพ่นลมหายใจครั้งหนึ่ง...แทรกถึงอาการโล่งออกจากการขับรถที่แสนหวาดเสียว โคคิหันมาลอบยิ้มให้แฟนสาวก่อนจะมองตรงไปยังยูอิจิ
" ลองให้พี่โชเช็คตามโรงพยาบาลดูไหม?" เสียงถามที่ต้องการความเห็นจากคนขับทำให้อีกฝ่ายพยักหน้า
" ก็ดี...เผื่อจะเจอหมอนั่นเร็วขึ้น" ยูอิจิหันมาทำหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนที่นั่งข้างๆ ก่อนจะรีบขับรถตรงไป
.......................................................................................
" ดีนะที่มาส่งทัน" เสียงหมอสูงอายุพูดกับพยาบาลข้างตัว ร่างที่นอนหรี่ตาอย่างเหน็ดเหนื่อยฉีกยิ้มเย็น....ก่อนจะกลอกตามองเพดาน กลิ่นโรงพยาบาลทำให้เขาแทบอยากจะโดดออกไปถ้าทำได้... " หมอจะให้ยานอนหลับนะ คนไข้จะได้พักผ่อน"
" งั้นเดี๊ยวดิฉันโทรแจ้งญาติคนไข้นะค๊ะ" คำว่าญาติเหมือนจะกระตุ้นส่วนสมองด้านความคิดของคนที่นอนให้เหลือบตามองตาม
" อืม ก็ดี..." คนพูดยิ้มกว้างอย่างใจดี ก่อนจะเดินไปปิดไฟที่ห้อง พร้อมถอนหายใจ....ส่วนหัวกระทบกระเทือนรุนแรง แต่..ดูจากอาการก็คงไม่เป็นอันตราย ยังไงก็...รอเช็คอีกทีแล้วกัน
.
.
" ครับ ขอบคุณมาก" เสียงโชตอบรับอย่างเงียบกริบ...ก่อนที่จะวางสาย คนที่เหลือทำท่าลุกลี้ลุกลน อยากรู้ใจจะขาดว่าได้เรื่องอะไรมาบ้าง
" ว่ายังไงบ้างหรอครับคุณโช" ไอบะเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย...ก็เท่าที่ฟัง คนร่างสูงเอาแต่พูดครับๆ....จนไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่า พูดเรื่องอะไรกันบ้าง " อย่ามัวแต่ยิ้มสิครับ" ร่างโปร่งทำหน้าง้ำเมื่อโชคิดจะแกล้งคนน่ารักที่ยืนตรงหน้า
" โรงพยาบาลโทรมาบอก ว่า ตอนนี้..เจ้าตัวแสบปลอดภัยดี แล้วก็หลับไปแล้ว เพราะทางนั้นต้องการให้เจ้าตัวได้พักผ่อน" ซ้ำยังไม่พูดเปล่า...มือหนาแอบคว้าเอวบางมาแนบชิด จนไอบะหน้าชาเล็กน้อย...พร้อมกับขึนตัวออกแล้วทำหน้ายู่ ก่อนพยักเพยิดให้โชหัดอายคนอื่นบ้าง
" ก็ดีแล้ว" เสียงโคคิที่ยิ้มกริ่มกับอาการหวานหยดของคู่ตรงหน้า ก่อนจะหันไปออดอ้อนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ " ง่วงจังเลยริสะ ~"
" เดี๊ยวเถอะโคคิคุง" เสียงหญิงสาวพูดดุๆ ก่อนจะหันไปตีมือกาวที่สะกิดแขนอย่างงอนๆ
" หมั่นไส้หว่ะ" ยูอิจิแกล้งพูดลอยๆให้เพื่อนซี้ได้ยิน โคคิหันควับมาจากต้นกำเนิดเสียง พร้อมยักคิ้วให้อย่างสะใจ จนฝ่ายที่แซวไปทำหน้าเซ็งสุดขีด ตาคมมองนาฬิกาก่อนจะหวนนึกถึงคนอีกคน...ไม่รู้ว่า ป่านนี้จะหลับไปถึงไหนแล้ว...
........................................................................................
" ........." ร่างเล็กที่นอนบิดอยู่บนเตียงนอนราวกับไม่รู้สึกว่า ถูกจับตามองจากคนที่ยืนอยู่ข้างๆเตียง ร่างสูงใช้สายตามองใบหน้าหวานของน้องชายตัวเล็กที่หลับสนิทอย่างเผลอไผล ก่อนที่ขาสองข้างจะขยับก้าวเข้าไปใกล้ มือหนายื่นไปแตะแก้มใส ก่อนที่ร่างเล็กๆจะลืมตาโตก่อนจะลุกพรวดขึ้นอย่างตกใจที่เห็นเงาตะคุ้มๆ น่าสงสัย
" ใคร!!!" เสียงแหลมตวาดขึ้น ตากลมโตพยายามเพ่งบอกไปท่ามกลางความมืด เสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่ายทำเอา ร่างบางพองแก้มเล็กน้อย " พี่ยู!! สนุกมากนักหรอ" โคมไฟข้างเตียงถูกเปิดขึ้น จนเห็นใบหน้าอีกฝ่ายที่ยิ้มกริ่มและเต็มไปด้วยความขบขัน " เพิ่งกลับหรอครับ"
" ใช่..." ร่างสูงขยับเข้าไปนั่งข้างๆก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงเฉย ยามะพียิ้มเจือนก่อนพยายามดันอีกฝ่ายให้พ้น " ขอนอนด้วยไม่ได้หรอ"
" ผมไม่อยากนอนกับคนที่ไม่อาบน้ำหรอกนะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ ไม่อาบน้ำแถบยังมานอนบนเตียงคนอื่นเขาอีก เสียมารยาทจริงๆ " ไปอาบน้ำซิครับ"
" ไม่มีแรง...โทโมะอาบน้ำให้หน่อย" ชื่อที่ยูอิจิไม่เคยเรียกออกมาจากปากจนร่างเล็กหรี่ตา คิดจะมาไม้ไหนเนี่ย " นะๆ...อาบน้ำให้พี่ยูไม่ได้หรอ" คำแทนตัวที่แปลกไปจนร่างเล็กแอบยิ้มกริ่ม
" ไม่ครับ ถ้าไม่อาบ...ก็เชิญกลับห้องไปเลย ผมจะนอนต่อ" คำพูดกึ่งคำสั่งจากเจ้าตัวดังพร้อมกับมือเล็กเตรียมตัวจะเหวี่ยงผ้าห่มคลุมร่างแล้วหลับไปจริงๆ ทำให้อีกฝ่ายดีดตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะดึงผ้าห่มให้อีกฝ่ายหันมามอง
" บอกเองนะ...ถ้าไปอาบน้ำแล้วให้นอนด้วยหน่ะ"
" ถ้าช้าก็ช่วยไม่ได้ เพราะตอนนี้...ผมชักจะง่วงแล้วสิ" คนพูดทำท่าหาววอดๆให้ร่างสูงที่ยืนทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ ก่อนจะฉีกยิ้มพร้อมทำตาแป๋ว
" ก็ได้ๆ" ยูอิจิเดินออกไปจากห้องอย่างเชื่องช้า แต่พอพ้นจากสายตาของร่างเล็กแล้ว ไม่รู้ทำไม...ขาสองข้างมันถึงต้องออกแรงวิ่งด้วยนี่สิ?
.
.
" อาบน้ำหรือวิ่งผ่านน้ำหน่ะ" เสียงยามะพีพูดอู้อี้เมื่อโดนอีกร่างทิ้งตัวลงมาทับผ่านห่มผืนใหญ่ ร่างที่อยู่ใต้ผ่านห่มดิ้นน้อยๆก่อนที่ยูอิจิจะขยับตัวแล้วสอดตัวเองลงใต้ผ้าผืนเดียวกัน " นึกยังไงมานอนกับผมหล่ะ"
" ห้องนู้นมันหนาว" คำโกหกที่แม้แต่เด็กอนุบาลยังจับได้เอ่ยจากปากร่างสูง ร่างเล็กที่นอนข้างๆทำหน้ายู่ ตาคมกลอกไปมาในความมืดก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ " เหนื่อยจัง"
" ไปทำอะไรมาหรอ?" น้ำเสียงที่เอ่ยอย่างแปลกใจดังขึ้นก่อนตัวคนพูดจะขยับมาเผชิญหน้ายูอิจิ " มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าฮะ"
" ก็ไม่เท่าไหร่หรอก ว่าแต่...พรุ่งนี้ ไปโรงพยาบาลกับพี่ไหม?" นึกถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมาแล้วช่างเหนื่อยอ่อนเสียจริง แต่ก็ดีแล้วที่ไม่เกิดอะไรขึ้น
" ไปทำไมหรอ พี่ยู..จะไปตรวจร่างกายหรอฮะ"
" ไปเยี่ยมคนหน่ะ เดี๊ยวพรุ่งนี้จะเล่าให้ฟังนะ แต่ตอนนี้..ง่วงชะมัด" ยูอิจิที่ตาปรือเต็มที่เอ่ยขึ้นเบาๆ แม้จะมีเสียงจิ๊ปากไม่พอใจแสดงความอยากรู้จากคนข้างๆก็ตาม " นอนได้แล้ว" เสียงเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะเหวี่ยงแขนโอบร่างบางพร้อมดึงมาแนบอก กลิ่นสบู่ของคนที่เพิ่งอาบน้ำมาหอมติดจมูกจนร่างเล็กๆหลับไม่ลง ยามะพีรอจนกว่าอีกฝ่ายหลับสนิท จึงพลิกตัวออกห่าง...แต่ก็ไม่วายกลับไปซุกทีเดิม เพราะความอบอุ่นที่น่าประหลาด
ใช่ว่าห้องนู้นจะหนาวห้องเดียว ห้องนี้ก็หนาวเหมือนกัน ร่างเล็กพร่ำเถียงในใจ...ก่อนจะพยายามข่มตาหลับ
.......................................................................................
คาซึยะ
ชื่อเดียวที่โชว์บนหน้าจอตอนนี้...มันช่างเกาะกินความรู้สึกไปกว่าครึ่ง ร่างสูงที่นั่งจ้องมองชื่อที่คิดว่าจะกดโทรออกไปราวชั่วโมง แต่กล้าที่สุดก็ทำได้แค่เพียง...กดโทรออกแล้วรีบวางทั้งๆที่ยังไม่ขึ้นเสียงสัญญาณว่าติดแล้วด้วยซ้ำ สมองในตอนนี้สับสนวุ่นวายไปหมด จะให้โทรไปขอโทษ...แต่จิตใต้สำนึกมันก็บอกว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิด ครั้นจะทำนิ่งเฉย...ในใจมันก็ว้าวุ่นจนไม่สามารถจะทำอะไรอย่างอื่นได้
แล้วจะให้ทำอย่างไร ถ้อยคำที่ได้ยินในวันนี้..มันพากันย้อนวนเวียนในหูราวกับฟังเพลงซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่มีวันหยุด จะยินดีในสิ่งที่ได้ยินงั้นหรอ....ทั้งๆที่ฝ่ายนั้นเป็นคนย้ำเรื่องความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน จนเราคิดว่า การที่ทำแบบนี้...มันคือการกระทำปกติ หากแต่จริงๆแล้ว...ร่างเล็กๆนั่นหวังมากกว่านั้น มันไม่ใช่การหักหลังกันอย่างนั้นหรอ ทั้งๆที่...ตัวเราเองก็ไม่ได้คิดเกินเลยไปกว่านั้น....เชื่อในคำว่าเพื่อนของเจ้านั่นมาตลอด
คำว่าเพื่อน...ถูกเอามาใช้ในความหมายที่ผิดแปลกไปจากเดิมมาโข สุดท้าย..คำๆนี้มันก็เป็นเพียงข้อแก้ตัวของคนที่ไม่ยอมรับความจริงแล้วทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก
จะโทษใครได้....เมื่อต่างฝ่าย ต่างพอใจ...โดยที่ไม่รู้สึกถึงสาเหตุจริงๆ
" ........." ร่างสูงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ความมืดปกคลุมไปทั่วทุกที่...มีเพียงแสงไฟสลัวๆจากเสาไฟตามถนนที่ยังคงส่องแสงในระยะไกล เสียงถอนหายใจจากชายหนุ่มยังคงดังอยู่เรื่อยๆหากว่าเจ้าตัวยังคิดไม่ตก ถึงเหตุการณ์ที่แสนจะชวนให้พะอืดพะอมในครั้งนี้
จินเบือนหน้าจากหน้าต่างก่อนกดปุ่มให้ชื่อที่โชว์อยู่หายไป พร้อมโยนโทรศัพท์ไปข้างๆ พลางนั่งย้อนถึงเหตุการณ์ในวันนี้อีกครั้ง รวมทั้งเรื่องที่เกือบจะล่วงเกินยามะพีด้วย....จะว่าไป ตัวเขาเอง...ก็ยังไม่รู้ว่า ยามะพีคิดยังไงกับเขากันแน่ เจ้านั่นไม่เคยปฏิเสธ...แต่ก็ไม่เคยตอบรับ คำบอกรักที่เคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่ง...มันกลับถูกกองทิ้งไว้โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจ หรือต้องให้พูดอีกครั้ง...ต้องให้ย้ำว่า ตัวเขาเองรู้สึกอย่างไรกันแน่
ยิ่งตอนที่เขาจะก้มลงไปจูบเพราะความเผลอไผล...ดูเจ้าตัวก็คล้อยตามราวกับไม่ได้รังเกียจ แต่ยังทำท่าเหมือนไม่แน่ใจ
คงต้องพูดสักที...เพื่อเป็นการย้ำถึงความรู้สึกที่แท้จริง ว่าคนที่รัก...เป็นใครกันแน่ เพราะตอนนี้...คำบอกรักของคาซึยะ มันทำให้ใจทั้งใจสั่นไหว...จนอดหวาดหวั่นไม่ได้ ส่วนเรื่องของคนๆอีกคน คงต้องรอเวลา...รอจนกว่าที่จะกล้าเผชิญหน้ากับเจ้าตัว โดยที่ไม่รู้สึกอะไรเหมือนเดิม
.
.
ตื้อ...ตื้ด....ตื้อ
เสียงเพลงจากโทรศัพท์เหมือปลุกให้ร่างสูงที่เพิ่งจะได้นอนไปไม่นานให้ควานหาโทรศัพท์ที่โยนไว้เมื่อคืน จินฉวยเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กขึ้นมาก่อนหรี่ตามองชื่อคนโทรเข้าเพราะแสงที่ยังส่องเข้ามา ก่อนจะเบิกตาโตเหมือนห็นชื่อของคนโทรเข้า
คาซึยะ
คาซึยะโทรมา....หมอนั่นโทรมาทำไมแต่เช้า เรื่องว่าเรื่องเมื่อวาน ร่างสูงกระวนกระวายใจแต่ก็ยังไม่กล้ากดรับสาย ปล่อยให้มันดังเรื่อยๆไม่มีท่าทีจะเงียบเสียงลง นิ้วโป้งกดที่ปุ่มรับสาย แม้ในใจจะคัดค้านว่า เขายังไม่พร้อมที่จะพูดคุยอะไรก็ตาม หูแนบลงกับช่องฟังเสียง...ราวกับจะแอบฟังความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย แต่ก็ได้ยินเพียงความเงียบเช่นกัน
" ครับ" คำตอบรับที่ดูเป็นทางการถูกหยิบมาใช้ ต่างจากปกติ...ครั้งจะให้พูดคำว่า ว่ายังไง...หรือ มีอะไรงั้นหรอ ความรู้สึกมันก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น จินเงียบรอฟังคำตอบจากปลายสายอย่างใจจดใจจ่อ
" - อ่อ..จิน นี่ฉัน...โชนะ" เสียงทุ้มที่ไม่ได้ยินนานจากปลายสาย ทำให้ร่างสูงที่กำลังคิดประโยคสนทนากับเจ้าของชื่อเหวอเล็กน้อย
" คะ..ครับ พี่โช..เอ่อ.." เสียงตะกุกตะกักเพราะความแปลกใจ " มีอะไรหรอครับ"
" - แปลกใจหล่ะสิ ที่ฉันโทรมา..ไม่ใช้น้องชายตัวดี" เสียงหัวเราะทุ้มๆจากปลายสายทำเอาจินหัวเราะฝืดๆตามไปด้วย " - จะโทรมาชวนไปเยี่ยมเจ้าตัวแสบหน่ะ"
" เยี่ยม?..เยี่ยมใครหรอครับ" เสียงจินเอ่ยตามอย่างแปลกใจ ตอนนี้ก็เริ่มสังหรณ์ใจอยู่หน่อยๆ
" - ก็คาเมะหน่ะสิ...ตอนนี้อยู่โรงพยายาบาลนู้น" เสียงโชที่เอ่ยขึ้นอย่างสบายใจ ตอบกลับมา...แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกช็อคเล็กน้อย ก็ปกติ...รายนั้น เกลียดโรงพยาบาลอย่างกับอะไรดี...แต่นี่ ถึงขนาดไปอยู่...คงเป็นโรคที่มันไม่ธรรมดาแน่ๆ
" คาซึยะเป็นอะไรงั้นหรอครับ!" เสียงตะโกนอย่างตกใจทำให้อีกฝ่ายต้องรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู
" - รถชนหน่ะ ไม่..." จินไม่คิดจะฟังต่อจนจบ ร่างสูงวางโทรศัพท์ก่อนวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
.....................................................................................................
" เฮ้....ทำไมต้องรีบไล่พี่ด้วยเล่า..ง่วงจะตาย" เสียงงึมงำจากผู้ที่ซุกหน้าลงกับหมอนเพราะถูกกวนบ่งบอกความงัวเงียของเจ้าตัวได้ดี ก็จู่ๆ...ตอนนี้โดนน้องชายตัวดีปลุกแล้วไล่ให้ไปนอนที่อื่น
" ก็ผมจะอาบน้ำ...ไหนพี่ยูบอกจะพาไปไหนไม่ใช่หรอ นี่เช้าแล้วนะ" เสียงโวยวายจากคนที่ยืนถือหมอนที่ชิงได้จากคนที่นอนอยู่ดังม่เป็นระยะ " ตื่นสิ..." มือเล็กจับหมอนฟาดไม่ยัง ก่อนที่มือหนาจะฉวยหมอนไว้ได้
" ก็แค่เช้า...สายๆค่อยปลุก"
" ตลกแล้ว..นี่จะ 10 โมงแล้วนะฮะ เดี๊ยวก็ไม่ได้ไปเยี่ยมหรอก" มือเล็กยังคงสะกิดรบกวนการนอนอันแสนสุข ก่อนที่ยูอิจิจัดการรวบมือไว้แล้วนอนต่อ ไม่ได้สนใจใบหน้าแดงก่ำของเจ้าของมือนุ่มนิ่มนั่น ว่าจะเขินเพียงใดเมื่อร่างสูงเอาแนบกับหน้าตัวเอง
" อุ่นจังเลย" แก้มของคนนอนถูไถกับมือนิ่ม ยามะพีดึงมือกลับอย่างรวดเร็วก่อนจะตีเพี๊ยะไปที่ต้นแขนพี่ชาย " เจ็บนะ!.." โดนทำร้ายร่างกายครั้งนี้ ทำเอาตาสว่างขึ้นมาทันที
" หายง่วงไหมหล่ะฮะ ตื่นเร็วเข้า" ร่างบางลงทุนกระชากผ้าห่มออกพร้อมหมอน ก้อนจะเดินดุ่มๆเอามันไปวางห่างๆจากเตียงตัวเอง ยูอิจิทำเสียงจิ๊จ๊ะน้อยๆ...แต่ก็ยอมลุกขึ้นจากเตียง มานั่งงัวเงียต่อ " ไปอาบน้ำได้แล้ว" มือเล็กลากคนที่นั่งซึมๆให้ลุกขึ้นมา ก่อนจะดันหลังให้พี่ชายออกไปนอกห้อง " รีบอาบเข้านะฮะ" แขนสองข้างออกแรงพลัก จนยูอิจิที่ไม่ได้ตั้งตัวเซถลาไปด้านหน้า พร้อมๆกับใบหน้าหวานหายไปจากประตู
" ตัวแค่นี้..แรงเยอะชะมัด" ยูอิจิบ่นปอยๆ ก่อนเอามือจับตามเนื้อตัว พร้อมเดินผิวปากสบายใจไปยังห้องนอนของตัวเอง
.
.
" ว่าแต่..เราจะไปเยี่ยมใครกันหรอฮะ" วันนี้กะว่าจะไปหาคาเมะจังซักหน่อย แต่ตอนหลังอยากจะขอแว่บไปก็ได้ มือกำกระเป๋ากางเกงที่มือสร้อยเส้นเล็กอยู่ข้างใน พร้อมอมยิ้ม " ว่ายังไงหล่ะฮะพี่ยู"
" เยี่ยมคาเมะหน่ะ เจ้านั่นไม่สบายนิดหน่อย" เสียงยูอิจิที่กล่าวตอบคำถามอย่างเฉยเมย...แม้ว่าจะเป็นห่วงนิดๆ แต่เมื่ออยู่ในมือหมอแล้ว คงไม่เป็นไรมากนักหรอก
" นิดหน่อย?...ถ้านิดหน่อยแล้วจะเข้าโรงพยาบาลทำไมหล่ะ คาเมะจังเป็นอะไรงั้นหรอ" น้ำเสียงตกใจของคนข้างๆ ประกอบกับมือเล็กที่เกาะแขนแล้วเขย่าน้อยๆของน้องชาย ทำเอาร่างสูงย่นคิ้วเข้าหากัน
" รถชนหน่ะ...แต่ถ้าขืนนายยังเขย่าอยู่แบบนี้หล่ะก็...เราสองคนได้ไปนอนเป็นเพื่อนหมอนั่นแน่ๆ" ประโยคหยอกล้อตอนท้ายทำเอายามะพีรู้สึกตัว...ก่อนจะปล่อยมือออก พร้อมทำท่าหงอลงอย่างเห็นได้ชัดจนยูอิจิหัวเราะขำ " ไม่เป็นไรหรอก...ไม่ต้องห่วง รายนั้นหน่ะ...กระดูกเหล็ก"
" ทำเป็นสบายใจ...ชิ...แล้วรีบขับทำไมหล่ะฮะ" น้ำเสียงประชดประชันดังมาจากร่างข้างๆ ก็สังเกตุว่า ความเร็วของรถมันเร็วกว่าปกติ...ก็อดที่จะเหน็บแนมไม่ได้
" ...." ยูอิจิสะดุ้งนิดๆก่อนทำเป็นไม่สนใจพร้อมกับขับรถด้วยความดิมเท่าเดิมไปเรื่อยๆ
.
.
" มากันแล้วหรอ" เสียงโชที่ดังขึ้นเมื่อเจอหน้ายูอิจิที่เดินตรงเข้ามา " คาเมะตื่นซักพักแล้ว...รู้สึกจะโวยวายอยากออกจากที่นี่ซะด้วย"
" แหม...ฟื้นมาก็ออกอาการเลยหรอครับ สมแล้วที่เป็นเจ้านั่น" ยูอิจิหัวเราะร่าร่วมไปกับพี่ชายเพื่อน ก่อนจะรีบหันไปหายามะพีที่ยืนทำหน้าสงสัยอยู่ด้านหลัง " อ่อ..พี่โชครับ นี่น้องชายผมเอง" แขนของร่างสูงดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้ก่อนโอบไหล่ " ยามะพี..นี่พี่โช พี่ชายคาเมะ"
" สะ..สวัสดีครับ" เสียงเล็กกล่าวตะกุกตะกักเมื่อพี่ชายกระชับอ้อมกอดพลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ต่อหน้าคนอื่น แม้ร่างเล็กจะพยายามขืมตัวพร้อมส่งกระแสความโหดไปก็ตาม
" ไอ้ยู" เสียงโคคิที่ออกจากห้องคนป่วยขี้โวยวายเดินตรงมาหา " คาเมะโวยใหญ่เลยให้ตาย ดูท่ามันจะไม่เป็นอะไรแล้วนะ"
" อ๋อหรอ..ก็ดีแล้ว ลองแก่นได้ขนาดนั้นก็คงไม่ต้อเป็นห่วงแล้วหล่ะ" ร่างสูงยิ้มน้อยๆ..ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะ
" นั่นสิ...อ่า..." กะว่าจะถาม แต่เหมือนยูอิจิจะรู้ว่า ที่โคคิพยักเพยิดคนในอ้อมแขนของตัวเองนั่น เพราะอยากรู้ว่าใคร
" นี่น้องชายฉัน...ยามะพีไง ที่เคยเล่าให้ฟัง" ยูอิจิฉีกยิ้มนิดๆ แต่ร่างบางกลับทำหน้าง้ำ...ก็ไม่รู้ว่าพี่ชายตัวดีนี้ เที่ยวไปพูดเรื่องเขาให้คนอื่นฟังว่า ยังไงบ้างหน่ะสิ
" อ่อ...ยามะพี" ประโยคที่คาเมะเคยบอกเหมือนแล่นผ่านสมอง โคคิ...ยามะพีหน่ะ..เป็นน้องของยูอิจิ เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความขมขืนวนเข้ามาในสมองอีกครั้ง สายตาคมจับจ้องร่างบางที่ยืนเคียงข้างเพื่อนรักอยู่ตรงหน้า คนนี้เอง..บุคคล 1ในสาเหตุของเรื่องทั้งหมด " ยินดีที่ได้รู้จักนะ" เสียงทุ้มกล่าวออกไปตามมารยาท ก่อนที่อีกฝ่ายจะโค้งให้น้อยๆ
" เราเข้าไปดู เจ้าตัวแสบกันดีกว่า..." โชตัดประโยคสนทนาทั้งหมด ก่อนที่ทุกคนจะพากันก้าวเข้าไปยังห้องของผู้ป่วย ที่บ่นให้ริสะฟัง...อยู่เป็นระยะ
.....................................................................................................
" ยามะพี...เลิกงอนยูได้แล้วน่า หมอนี่ไม่ทำอะไรอย่างทีพูดหรอก" เสียงคาเมะที่ดูร่าเริงมากกว่าปกติกล่าวขึ้น ก่อนจะชี้ไปทางยูอิจิแล้วหัวเราะขำเล็กน้อย " อย่างมาก..ก็แค่ขู่ เอาเข้าจริงหน่ะหงอทุกทีและ"
" งั้นหรอครับ ผมก็กลัวไปเองงั้นสิ" เสียงที่ฟังแล้วน่าขนลุกสำหรับยูอิจิดังจากปากคนที่นั่งอยู่ข้างๆเตียง
" เอาเถอะๆ ได้พวกแล้วนี่ เดี๊ยวฉันออกไปเดินข้างนอกก่อนนะ คุยกะดีๆหล่ะ" ร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟา...ก่อนปล่อยให้คนทั้งคู่อยู่ตามลำพังในห้อง
ยามะพีมองใบหน้าซีดๆของคนป่วยที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มหวาน แล้วยิ่งมีความสุขในอย่างประหลาด...หรือจะเรียกว่า มันอาจจะเป็นความรักก็ได้ มือเล็กๆล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะกำบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ ด้วยใจที่เต้นระส่ำเพราะความตื่นเต้น
" เอ่อ...คาเมะจัง" เสียงเรียกเบาๆออกมาจากปากผู้ที่เรียกได้ว่า ตื่นตะหนก ก่อนที่มือเล็กที่กำอะไรไว้จะยกขึ้นไว้ที่ตัก
" อะไรหรอ" สายตาคมพราดมองที่ใบหน้าหวานของคนข้างๆ พร้อมกับริมฝีปากบางเหยียดยิ้มหวาน " แล้ว..นั่นอะไรอ่ะ" นิ้วชี้ไปยังมือยามะพี ที่เหมือนจะสั่นระริกๆ ตาคมลอบมองหน้าสลับกับมือไปมา
" ของขวัญ..วะ..วันเกิดครับ แม้จะเลยมาวันหนึ่งก็...แฮปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลัง" หมัดเล็กยื่นมาตรงหน้า จนอีกฝ่ายตกใจ ยามะพีหลับตาปี๋ด้วยความเขิน..จนมือที่กำอยู่สั่นพั่บๆอย่างห้ามไม่ได้ คาเมะที่เห็นท่าทางของเด็กหนุ่มหัวเราะออกมา ก่อนแบมือรับ จี้เงินร่วงลงมาแตะที่มือบางก่อนที่สายสร้อยจากตามลงมาช้าๆ
" สวยจังนะ ขอบใจมาก" คาเมะอมยิ้ม ก่อนจะหยิบมาพินิจดูใกล้ๆ " นี่ฉันลืมไปแล้วนะว่า....เมื่อวานวันเกิดฉันหน่ะ....ไม่เห็นมีใครพูดเลย หรือว่าฉลองกันไปแล้ว..ฉันก็จำไม่ได้ด้วยสิ" ดูเหมือนเขาจะลืมอะไรไปหลายๆอย่าง ไม่ว่าเรื่องแฟนของโคคิ น้องชายของยูอิจิ...หรือแม้แต่วันเกิดของตัวเอง หากแต่ยังจำหน้าและชื่อของบุคคลเหล่านี้ได้ดีจนน่าแปลกใจ...
" งั้นรอให้คาเมะจังออกจากโรงพยาบาลก่อน แล้วเรามาฉลองกันอีกรอบก็ได้ครับ"
" เอาสิ..." คนป่วยยิ้มร่า รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย....แม้จะสงสัย ว่าก่อนที่รถจะชน...เราเคยว่างตัวกับคนๆนี้ยังไงบ้าง แต่การกระทำแบบนี้ ก็ทำให้ไม่มีใครสงสัย...แค่โดนดูแลราวกับเด็กเล็กๆนี่ก็รำคาญเสียแทบแย่ หากรู้ว่า..ความจำบางส่วนไม่กลับมาหล่ะก็ ไม่รู้จะต้องอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่ มือเล็กพยายามแกะสร้อยออกเพื่อจะใส่เอาใจคนซื้อมาให้ " ยามะพี...สร้อยนี้แกะยากชะมัด"
" ให้ผมแกะให้แล้วกัน" ร่างเล็กรับสร้อยจากคาเมะมาแกะ " ได้แล้วครับ" ยื่นสร้อยคนให้เจ้าตัว แต่คนบนเตียงกับส่ายหน้าไม่ยอมรับ...แต่ขยับเอียงคอให้ ยามะพีหน้าแดงนิดๆ มือที่ยื่นออกไปคล้องสร้อยให้มันสั่นอย่างห้ามไม่ได้ กลิ่นหอมอ่อนๆจากผิวใสลอยมาเตะจมูก มือเล็กแตะโดนเนื้อที่ลื่นราวกับผ้าไหมก่อนที่เจ้าตัวจะกระตุกนิดๆพรอมความตกใจ " สะ..เสร็จแล้วครับ"
" ขอบใจนะ" คนป่วยยิ้มเมื่อมองใบหน้าแดงก่ำของอีกคน ดูท่า...น้องยูคงชอบเราแน่ๆ แม้จะจำไม่ได้ว่า...ก่อนหน้านั้น เขาคิดอะไรกับคนๆนี้ แต่ตอนนี้...กลับรู้สึกเอ็นดู บวกกับนิสัยชอบแกล้งคนอื่นแล้วด้วย...ยิ่งทำให้รู้สึกดีๆกับยามะพีไม่น้อย
.
.
ด้านยูอิจิที่เดินอย่างสบายอารมณ์ กำลังหมุนตัวกลับหลังเพื่อจะเดินเข้าไปลาคาเมะพร้อมจะพาน้องชายตัวดีกลับบ้าน เนื่องจากมาขลุกที่นี่ได้ซักพักใหญ่ๆแล้ว สายตาคมเหลือบไปเห็นร่างที่เหมือนเคยเห็นที่ใดมาก่อนเดินตรงมาหา ร่างสูงหรี่ตาเล็กน้อย...ก่อนที่จะนึกร้องอ๋อในใจเมื่อคนตรงหน้ามาใกล้ในระยะสายตา
" เจอกันอีกแล้วนะ" เสียงทุ้มของอีกฝ่าย...มันทำให้ยูอิจิที่พยายามข่มอารมณ์อยากจะชกหน้าซักทีหนึ่ง " ผมมาเยี่ยมคาซึยะ"
" อ่อ..รู้ได้ยังไงหล่ะว่าหมอนั่นบาดเจ็บ คิดว่าจะไม่สนใจซะอีก" คำยอกย้อนที่ตอกกลับไปทำเอาอีกฝ่ายสะอึกน้อยๆ แม้ว่า..เจ้านี่จะไม่ใช่คนที่ทำให้คาเมะรถชน แต่สาเหตุสำคัญ...มันก็ต้องมีเอี่ยวแน่ๆ " คาเมะอยู่ข้างใน ตามมาแล้วกัน" ครั้นจะไล่ให้หมอนี่กลับไป หรือสั่งสอนให้รู้สำนึกก็คงทำไม่ได้..เมื่อคาเมะเคยห้ามเอาไว้
" คาซึยะเป็นอะไรมั่งหรือเปล่า" เสียงที่อ่อนลงกล่าวอย่างห่วงใย หากพี่โชไม่โทรมาบอกเมื่อเช้า..ตัวเขาเองก็คงไม่รู้เรื่อง
" ไปถามเจ้าตัวเองแล้วกันนะ อ่อ...แต่หมอนั่น..จะจำนายได้หรือเปล่า ฉันก็ไม่รู้" เสียงเยาะเย้ยจากร่างที่เดินนำหน้าทำเอาอีกฝ่ายนึกค้าง จะจำได้หรือเปล่า....หมายความว่ายังไง คาซึยะ...ความจำเสื่อมงั้นหรือ ยูอิจิแสร้งเหลือบมองใบหน้าคมเข้มที่ดูวิตกแล้วอดสะใจไม่ได้ ขอแค่โกหกเล็กๆน้อยๆให้มันรู้จักคำว่าเสียใจบ้างคงไม่เป็นไร
ขาสองข้างเดินมาหยุดหน้าห้องก่อนที่ยูอิจิจะโผล่หน้าเข้าไป .... รอยยิ้มชื่นมื่นที่ไม่ได้เห็นนานจากคาเมะทำเอาร่างสูงพลอยสบายใจไปด้วย
" ยามะพี กลับกันได้แล้ว" เสียงยูอิจิที่ดังมาทำลายความสนุกสนานจากบทสนทนาของคนทั้งคู่ ทำเอาคาเมะหน้าง้ำ
" อะไรกันยู...ใจคอจะให้ฉันนั่งเหงาอยู่คนเดียวอย่างงั้นหรอ" เสียงออดอ้อนจากคาเมะทำเอายูอิจิเกือบใจอ่อน ร่างสูงทำคิ้วขมวดก่อนส่ายหน้าดิ๊ก พร้อมกับเดินเข้าไปหา
" ไม่ได้ๆ...มีคนจะเยี่ยมต่อ ไปกันเถอะยามะพี ไปหาอะไรกินกันด้วยไง"
" ก็ได้....ไปก่อนนะคาเมะจัง แล้วจะมาเยี่ยมใหม่" ยามะพีลุกจากเก้าอี้ ก่อนยกมือโบกเพื่อบอกลาคาเมะที่งอนแก้มตุ่ย
" ไปก่อนนะ" มือหนาขยี้หัวคนป่วยแรงๆก่อนจะยิ้มให้ พร้อมกับจูงร่างเล็กออกมา สายตาคมเหลือบมองหน้าผู้มาใหม่ที่นั่งตรงเก้าอี้หน้าห้องก่อนจะเดินสวน...แต่ร่างที่เดินตามเพราะถูกจูงนั้น ฉีกยิ้มร่าก่อนทักทาย
" จิน! มาได้ยังไงเนี่ย" เสียงเรียกจากยามะพีทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้ง ไม่รู้ว่ายามะพีก็มาด้วยเหมือนกัน... แต่จะให้ตอบว่าอย่างไร..เพราะทำเป็นไม่สนิทกับคาเมะมาตั้งแต่แรก
" ก็พอดี..พี่เจอจินเข้าข้างนอก เลยชวนมาเยี่ยม เห็นว่าเป็นคนเคยรู้จักกันหนิ" ยูอิจิที่อยู่ในอารมณ์โกรธยังคงเน้นย้ำหวังจะแกล้งให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึกเข้าไปอีก " ไปกันเถอะ" แขนยาวโอบไหล่เล็กเข้ามาหาตัวก่อนกดศีรษะน้องชายให้มาซุกอก พร้อมมองจินอย่างเย้ยหยัน
" ไปก่อนนะจิน" แม้ร่างเล็กจะรู้สึกงงๆกับท่าทางประหลาดของพี่ชาย แต่ตัวเองก็ยังคงปล่อยให้ร่างสูงโอบต่อไปโดยไม่ขัดขืน จินมองตามคนทั้งคู่ที่พากันเดินลับสายตาก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใจ แม้จะรู้สึกสับสนกับภาพเบื้องหน้าเมื่อครู่ แต่สิ่งที่พะวงอยู่ตอนนี้ก็คือ เขาจะพบหน้าคนป่วยอย่างไรดี
มือหนาเปิดประตูเข้าไปช้าๆ สายตาเหลือบมองร่างบางที่นั่งห่อตัวอยู่ผ้าห่ม...พร้อมกดรีโมตไปเรื่อยๆ ก่อนที่อีกตัวทั้งตัวจะก้าวเข้าไปหา
" อ๊ะ! ... นาย...นายเป็นใคร?" มือเล็กชี้ตรงมายังร่างสูง ใบหน้าขาวแสดงสีหน้าตกใจนิดๆ ร่างสูงที่เพิ่งก้าวเข้ามาหน้าซีดแทบจะไม่มีเลือด ปากอิ่มกัดเม้มแน่น..เพราะตกใจ ลืม...ลืมแม้แต่ชื่องั้นหรือ แม้ว่าจะทำเหมือนเตรียมใจมาบ้างแล้ว...แต่ก็ยังช็อคไปนิดๆอยู่ดี หากคนๆตรงหน้าลืมตัวเขาเอง แสดงว่า...ทุกอย่างมันก็จมหายไปกับช่องว่างที่ถูกลบหาย ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ร่างเล็กที่จำไม่ได้แม้แต่ว่า...เคยรักคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า จะได้เข้าหาในฐานะเพื่อนแบบเดิม จะได้อ้างปากพูดว่า ฉันเป็นเพื่อนนายไง ได้อย่างสบายใจ แม้สมองจะคิดอย่างนั้น...แต่จิตใจและร่างกายมันไม่ได้เป็นตามที่สมองคิด
ยิ่งสายตาไปหยุดตรงสร้อยเงินที่คอนั่น ร่างสูงก็แทบปราดพุ่งตรงไปกระชากออก สร้อยที่เลือกให้อีกคนเมื่อวาน...วันนี้ มาอยู่บนคอของคนอีกคน ยามะพี...ซื้อของขวัญให้คาซึยะงั้นหรือ จินแทบอยากจะยิ้มและหัวเราะให้กับความโง่เขลา เข้าใจผิดไปทั้งหมด...เข้าใจผิดมาตลอด ยิ่งมองจี้ที่คอขาวนั่นก็ยิ่งทำให้ตัวเองดูโง่เขลามากขึ้น เทวดาติดปีกองค์น้อยที่แกว่งไกวยามเจ้าของร่างขยับเคลื่อนไหว มันช่างดึงดูด...ดูเหมาะเจาะกับร่างเล็กๆที่อยู่ตรงหน้านี้มากกว่า สร้อยที่เลือกมาทั้งๆที่คิดว่า..มันเหมาะกับยามะพี แต่จริงๆแล้ว...มันเหมาะกับคนๆนี้....คนที่อยู่ตรงหน้า
ร่างเล็กๆที่มองตรงมามีบาดแผลไปทั่วตัว เหมือนจะกรีดใจให้อีกคนหนึ่งบอบช้ำหนัก หากจะให้เขาเจ็บแทน...คงไม่ลังเล ร่างสูงขยับก้าวเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างสงสัย มือหนายื่นไปแตะแก้มใสก่อนลูบเบาๆ คนป่วยจ้องมองใบหน้าคมเข้มที่ทำท่าเศร้าสร้อยก่อนฉีกยิ้ม จะให้ลืมสิ่งที่ทำร่วมกับนายได้ยังไง คาซึยะ.... จะให้ลืมได้ยังไง...เมื่อนาย รักฉัน....หัวใจมันห่อเหี่ยวจนเกิดที่ร่างสูงจะรับไหว สายตาจับจ้องร่างกายที่เคยได้สัมผัสทุกจุด...ทุกอย่าง มันถูกลบออกจากความทรงจำคนๆนี้แล้วจริงๆหน่ะหรอ แล้วเรื่องนายบอกรักฉันเล่า....นายก็ลืมไปแล้วงั้นหรือ ทั้งๆที่ฉันยังจำมันได้...ประโยคนั้นไม่เคยหลุดออกจากสมองเลยแท้ๆ คิดจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้งั้นหรือ..ทั้งๆที่นาย ทำให้คนๆหนึ่ง สับสนได้มากมายขนาดนี้
" ทำหน้าเหมือนจะตายไปได้...จิน" เสียงหัวเราะจากร่างเล็กที่อำอีกฝ่ายจนแทบจะอยากลบความจำตามมันช่างน่าตี " ฉันไม่ได้ตายซักหน่อย..."
" คาซึยะ!!! นี่นายไม่ได้ลืมฉันหรอ.." น้ำเสียงโมโหจากอีกคน...ส่งผลให้คนป่วยที่นั่งทำหน้าหงอยเล็กๆ แต่ก็ยังฝืนฉีกยิ้มสู้หน้า ใจหนึ่งก็โกรธอีกใจ...ก็รู้สึกปลอดโปร่ง ดั่งหมอกควันที่โดนลมพัดให้สลายจางไป
" แหม..แกล้งเล็กๆน้อยๆหน่า" เสียงเล็กเอ่ยตามอีกฝ่ายที่ดูฉุนเฉียว...ไม่น่าหลงกลเลยให้ตาย ใครจะรู้ว่า เจ้าตัวเล็กจะเล่นมุขนี้
" คาซึยะ..เรื่อง เมื่อวาน"
" ......" ร่างเล็กทำหน้างุนงง..เมื่อวาน? จะให้บอกได้อย่างไร ว่าจริงๆแล้ว...ความทรงจำขาดหายไปบางส่วน แล้วจะไปจำเรื่องเมื่อวานได้อย่างไร ลืมแม้กระทั่งเหตุการ์ช่วงหลายๆปีที่ผ่านมาด้วย....ราวกับว่า ร่างกายและจิตใจมันสั่งการณ์ให้ลืมไปซะอย่างงั้น แต่...ก็ไม่น่าจะมีอะไรนี่นา " เมื่อวาน...มันมีอะไรหรอ"
" .........." หากจะแกล้งทำเป็นจำไม่ได้..ก็ไม่เป็นไร เพราะเขาเอง...ก็ไม่พร้อมเหมือนกัน " ช่างมันเถอะ"
อีกคนสับสน..และจมอยู่กับปัจจุบันที่กัดกินใจอย่างหาทางออกไม่ได้ แต่อีกคน...กลับยิ้มรับอยู่กับความทรงจำในอดีต..โดยไม่รับรู้ถึงอนาคตที่แสนเจ็บปวด
TO BE CONTINUE --> 15